เมื่อเย่เฉินได้ยินสิ่งนี้ คนทั้งคนก็ตกตะลึงเล็กน้อย และเอ่ยปากถามว่า: “เก้าวันแล้วทำไมยังไม่ปล่อยเธอไปอีก? บอกว่าเจ็ดวันไม่ใช่เหรอ?”
หงห้าก็พูดด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยว่า: “อาจารย์เย่ ผมคิดว่า เรื่องนี้ต้องรอคุณออกคำสั่งทางผมถึงจะปล่อยคนได้ ผมไม่สะดวกที่ตัดสินใจเอง…”
เฉินจื๋อข่ายที่อยู่ข้างๆก็อุทานว่า: “หงห้า นายทำไมยังไม่ปล่อยคนอีก? คุณหนูใหญ่คนนี้เจ้าอารมณ์มาก นายถึงเวลาไม่ปล่อยเธอไป ระวังเธอย้อนกลับมาแก้แค้นนายนะ!”
หงห้าหัวเราะแฮะๆ เกาหัวแล้วพูดว่า: “เอ่อ…ผมแค่คิดว่า หลายวันก่อนอาจารย์เย่ช่วยคุณซ่งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นโดยตลอด ต่อมาก็นั่งเรือกลับมาตลอดทาง คงจะยุ่งมากแน่ๆ ดังนั้นผมก็เลยไม่ได้โทรขอคำสั่งเรื่องนี้กับอาจารย์เย่ รอคุณกลับมาค่อยบอกกับคุณ”
เย่เฉินพยักหน้า และพูดว่า: “เอาล่ะ งั้นก็ปล่อยเธอเถอะ”
หงห้ารีบพูดว่า: “ได้ครับอาจารย์เย่ ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
ในเวลานี้เฉินจื๋อข่ายก็พูดกับเย่เฉินว่า: “คุณชาย ผมว่าคุณไปสักหน่อยจะดีกว่า บอกกับคุณหนูใหญ่ให้ชัดเจนว่า ที่ปล่อยเธอช้าไปสองเป็นเจตนารมณ์ของคุณ ไม่อย่างนั้น เกิดเธอกลับไปที่เย่นจิงแล้ว จะต้องมาแก้แค้นหงห้าแน่ๆ”
หงห้าพูดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยว่า: “แก้แค้นผมงั้นเหรอ? ให้เธอรีบมาเดี๋ยวนี้เลย! ผมหงห้าก็เป็นคนที่ตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่กลัวเธอหรอก!”
เฉินจื๋อข่ายโบกมือ และพูดอย่างเคร่งขรึม: “นายไม่เข้าใจสไตล์การทำเรื่องของคุณหนูใหญ่ เธอเป็นคนอาฆาตแค้นมาก ยิ่งไปกว่านั้นวิธีการก็มากมายหลายอย่าง ถ้าหากเป็นคุณชายทำให้เธอขุ่นเคืองใจ เธอคงจะไม่สามารถทำอะไรคุณชายได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าหากนายทำให้เธอขุ่นเคืองใจ งั้นเธอไม่เพียงแค่หาเรื่องนายเท่านั้น เป็นไปได้สูงมากที่จะไม่ปล่อยแม้แต่คนในครอบครัวกับเพื่อนของนายด้วย”
เมื่อหงห้าได้ยินคำพูดนี้ คนทั้งคนก็ค่อนข้างรู้สึกประหม่า
แต่เขาก็ไม่อยากให้เย่เฉินดูถูกตัวเอง และจำใจต้องพูดว่า: “ไม่เป็นไร ผมหงห้าก็ไม่กลัว!”
เฉินจื๋อข่ายอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
เขารู้จักนิสัยของเย่ฉางหมิ่นมากเกินไป
ดังนั้น เขารีบโค้งคำนับอย่างรวดเร็วและพูดด้วยความเคารพว่า: “ขอโทษด้วยอาจารย์เย่ หงห้าสร้างความลำบากให้กับคุณแล้ว”
เย่เฉินโบกมือ: “โธ่เอ๊ย อย่าพูดแบบนี้! พูดกันตรงๆนายก็ช่วยฉันทำงานทั้งนั้น พูดออกมาได้ยังไงว่าสร้างความลำบากให้กับฉัน”
จากนั้น เย่เฉินก็พูดกับเฉินจื๋อข่ายว่า: “เหล่าเฉิน เตรียมรถ พวกเราไปด้วยกัน!”
“ได้ครับคุณชาย!”
ในเวลานี้เย่ฉางหมิ่นกำลังตะโกนด่าทอด้วยวาจาที่หยาบคายลบหลู่อยู่ในห้องเช่า
“เย่เฉิน! แกไอ้สารเลวไม่รักษาคำพูด! เวลาเจ็ดวันผ่านไปตั้งนานแล้ว ทำไมไม่ปล่อยฉันออกไป!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...