“ยังมีพวกสุนัขรับใช้ของเย่เฉินอย่างพวกแกด้วย! ไม่ปล่อยฉันออกไปใช่มั้ย? รอฉันออกไปแล้ว ฉันคิดบัญชีกับพวกแกทีละคน!”
“พวกแกคิดว่าฉันเย่ฉางหมิ่นอ่อนแอใช่มั้ย? รีบปล่อยฉันออกเดี๋ยวนี้!!!”
เย่ฉางหมิ่นยิ่งด่ายิ่งโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ และไออย่างต่อเนื่องขึ้นมาทีเดียว: “แค่กๆๆๆ…แค่กๆๆๆ…ไม่ปล่อยฉันออกไป เดี๋ยวฉันจะเอาพวกแกทั้งหมดโยนลงในแม่น้ำแยงซีให้อาหารปลา! ฉันจะฆ่าพวกแกทั้งหมดทีละคนฆ่าให้หมดให้พวกแกไม่มีวันได้เกิดใหม่อีก!”
มิน่าล่ะเย่ฉางหมิ่นควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เวลาเก้าวัน ใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ประชากรระดับล่างสุดอาศัยอยู่ เธอก็แทบจะอกแตกตายอย่างสมบูรณ์แล้ว
ประกอบกับสถานที่นี้ของเมืองจินหลิงอยู่ตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำแยงซี ฤดูหนาวก็เปียกชื้น บ้านเช่าที่เธออาศัยอยู่ก็ไม่มีเครื่องปรับอากาศไม่มีเครื่องทำอากาศอุ่น ทุกวันทำได้เพียงเช็ดน้ำตาอยู่บนเตียงที่ห่อด้วยผ้าห่มเปียกชื้น
ตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามาอยู่ เธอก็ตั้งหน้าตั้งตารอหลังจากที่ครบกำหนดเจ็ดวันก็รีบหนีออกไป
แต่คาดไม่ถึงว่า ไม่ง่ายเลยที่จะทนอยู่ไปเจ็ดวัน หงห้ากลับไม่ยอมปล่อยเธอไป
สิ่งนี้สำหรับเย่ฉางหมิ่น ไม่เพียงแค่โกรธ ยิ่งไปกว่านั้นยังหวาดกลัวเป็นอย่างมากด้วย
เธอหวาดกลัวว่าเย่เฉินจะกลับคำในทันทีที่หมดเขตเจ็ดวันจะเป็นโมฆะ ต่อจากนั้นก็ไม่ให้วันที่ที่ชัดเจนกับตัวเอง ก็กุมขังตัวเองไว้ที่บ้านโดยตลอด
ดังนั้น เธอจึงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งทุกวัน ก็เพื่อดึงดูดความสนใจของเพื่อนบ้านรอบข้างดึงดูดความสนใจของ110 กดดันสุนัขรับใช้ของเย่เฉินรวมทั้งเย่เฉิน ให้พวกเขารีบปล่อยตัวเอง
แต่ทว่า เธอกลับไม่รู้ว่า เมื่อวานนี้หงห้าได้ย้ายเพื่อนบ้านรอบๆทั้งหมดไปแล้ว
อาคารที่สร้างขึ้นเองนี้ รวมทั้งเจ้าของบ้าน มีทั้งหมดสามสิบครัวเรือน ตอนนี้นอกจากเย่ฉางหมิ่น คนอื่นๆก็กำลังเพลิดเพลินกับโรงแรมระดับห้าดาวฟรีของหงห้า
ดังนั้น การตะโกนโหวกเหวกโวยวายของเย่ฉางหมิ่น ไม่มีใครสนใจด้วยซ้ำ
เย่โจงฉวนพูดอย่างจริงจัง: “ฉางหมิ่น ฉันไม่ง่ายเลยที่จะให้กู้เย้นจงพูดโน้มน้าวเฉินเอ๋อ ให้รับปากว่าจะกลับมาเข้าร่วมพิธีบูชาบรรพบุรุษในเทศกาลเช็งเม้ง เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อตระกูลเย่ ไม่ว่ายังไงก็ห้ามมีอะไรผิดพลาด ถ้าหากเพราะเรื่องของแก ทำให้เฉินเอ๋อเปลี่ยนใจอีก นั่นสำหรับตระกูลเย่ เป็นการสูญเสียหนักอย่างแน่นอน!”
คราวนี้เย่ฉางหมิ่นนับว่าเข้าใจแล้ว
แต่เดิม คุณท่านไม่ยอมที่จะไปกดดันเย่เฉิน หลักๆคือไม่ยินยอมเพื่อตัวเองทำให้เย่เฉินขุ่นเคืองใจ!
เมื่อคิดว่าพ่อแท้ๆก็พึ่งพาไม่ได้ เย่ฉางหมิ่นเศร้าเจ็บปวดอย่าสุดขีด และร้องไห้พูดว่า: “พ่อ! ถ้าเกิดเย่เฉินไม่ปล่อยหนูไปตลอด งั้นหนูจะทำยังไง?”
คุณท่านรีบพูดว่า: “โธ่เอ๊ยฉางหมิ่น ถ้าหากถึงเทศกาลเช็งเม้ง เฉินเอ๋อยังไม่ปล่อยแก ถึงเวลานั้นพ่อก็จะขอคำอธิบายจากเขาอย่างแน่นอน”
เย่ฉางหมิ่นแทบจะอกแตกตายในทันที: “พ่อ! เทศกาลเช็งเม้งจะต้องถึงเดือนเมษายน นี่เกือบจะสองเดือน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...