ชีวิตที่ยากลำบากแบบนี้ เย่ฉางหมิ่นไม่อยากอยู่ต่อไปสักวันเดียว
ถ้าหากจะรอจนถึงเทศกาลเช็งเม้งถึงจะสามารถกลับไป ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต่างกับการคร่าชีวิตของเธอไป
เย่โจงฉวนอดไม่ได้ที่จะพูดปลอบโยนว่า: “เอาล่ะฉางหมิ่น แกก็ระงับอารมณ์หน่อยรออยู่ดีๆอีกไม่กี่วัน ถึงเวลานั้นถ้าเฉินเอ๋อไม่ยอมปล่อยแก ฉันก็จะโทรหาเขา”
ในใจของเย่ฉางหมิ่นก็ย่อมน้อยใจเป็นหนึ่งหมื่นครั้ง และก็ไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่านี้อีก
เธอแอบคิดในใจว่า: “ตอนนี้หนูถึงได้เข้าใจแล้วว่า ในสายตาของพ่อ เย่เฉินถึงเป็นคนที่สำคัญที่สุดของตระกูลเย่ในตอนนี้”
“เนื่องจากว่า เกิดเขาแต่งงานกับกู้ชิวอี๋ลูกสาวของกู้เย้นจงจริงๆ งั้นเขาก็เป็นหนึ่งในทายาทของทรัพย์สมบัติล้านล้านของตระกูลกู้ สิ่งนี้จะนำพาความช่วยเหลือมาสู่ตระกูลเย่ใหญ่เป็นอย่างมาก”
“ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ หนูก็แค่ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ความสำคัญในสายตาของพ่อ จะเทียบกับเย่เฉินได้อย่างไร?”
“เฮ้อ ดูเหมือนว่าหนูทำได้เพียงอดกลั้นความโกรธแค้นในใจกล้ำกลืนลงไปเท่านั้น”
ดังนั้น เธอทำได้เพียงพูดอย่างโกรธแค้นว่า: “ได้ค่ะพ่อ หนูรู้แล้ว…งั้นหนูก็จะอดทนรออีกไม่กี่วัน ถ้าภายในสามถึงห้าวัน เย่เฉินยังไม่บอกว่าจะปล่อยหนู งั้นพ่อก็ต้องโทรไปคุยกับเขานะ… “
จากนั้น เธอรู้สึกเศร้าเสียใจ แล้วก็สะอื้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
เย่โจงฉวนพูดปลอบโยนว่า: “เอาล่ะ แกวางใจเถอะ สามวัน หลังจากสามวันเฉินเอ๋อยังไม่ปล่อยแก พ่อจะโทรหาเขาเอง!”
เย่ฉางหมิ่นพยักหน้า และพูดด้วยความสะอึกสะอื้นว่า: “งั้นหนูวางสายก่อนแล้ว…”
“โอเค วางสายเถอะ”
“เจตนารมณ์ของแกงั้นเหรอ?!”
เย่ฉางหมิ่นถามอย่างโกรธเคืองว่า: “ทั้งๆที่แกบอกว่าเจ็ดวัน ทำไมกลายเป็นเก้าวัน? ทำไม?”
เย่เฉินแสยะยิ้ม และพูดอย่างราบเรียบว่า: “คุณเป็นอาของผมใช่มั้ย? ไม่ง่ายเลยที่จะมาครั้งหนึ่ง ผ่านไปแค่เจ็ดวันก็จะไปได้อย่างไร? ไม่ว่ายังไงก็ต้องให้คุณอยู่ต่อสักสองวัน คุณว่าใช่มั้ย?”
เย่ฉางหมิ่นกำลังจะบันดาลโทสะด้วยท่าทีที่เอ้อระเหยลอยชายของเย่เฉินแล้ว และตวาดด้วยความโกรธว่า: “เย่เฉิน! แกอย่าใช้ความไม่จริงใจมุขนี้กับฉัน! ฉันยังไม่รู้จักอีกเหรอ? ฉันจะบอกแกให้นะ ทางที่ดีแกอย่ามีความคิดแผลงๆกับฉัน รีบปล่อยฉันกลับไป!”
เย่เฉินส่ายหน้าเบาๆ และถอนหายใจพูดว่า: “ดูเหมือนว่าเวลาเก้าวัน จะระงับความโกรธแค้นของคุณไว้ไม่ได้ด้วยซ้ำ เย่นจิงอากาศแห้งแล้ง กลับไปคงจะหนักกว่าอย่างแน่นอน ในความคิดของผม คุณควรอยู่เมืองจินหลิงต่อไปอีกหลายวัน ระงับความโกรธแค้นนี้ให้หายสิ้นทั้งหมดค่อยไปนะ!”
จากนั้น เขาก็พูดกับหงห้าที่อยู่ข้างกายในทันทีว่า: “หงห้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...