เย่เฉินมองเซียวเวยเวยที่ยืนอยู่ข้างหน้า ถึงแม้เขาจะเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเธอเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สงสารกับชะตากรรมที่เธอเป็นอยู่
หลังจากนั้น เขาก็พูดเบาๆว่า:"หมู่บ้านจูเจียงลี่อิ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เธอเรียกแท็กซี่สักคัน จ่ายแค่ค่ามิเตอร์อย่างเดียวก็คงจะเกือบจะถึงแล้ว"
เซียวเวยเวยรีบพูดทันที:"พี่เขย...ตอนนี้ฉันประหยัดทุกบาททุกสตางค์ รถสาธารณะฉันยังไม่กล้าขึ้นเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนั่งรถแท็กซี่..."
ขณะพูด เธอก็ชี้ไปที่รองเท้าส้นสูงของตัวเองและพูด:"เดิมทีฉันตั้งใจจะเดินไปเอง ถ้าทำอย่างนี้สามารถประหยัดเงินได้บ้าง เมื่อสักครู่ฉันเห็นคุณออกมาพอดี ดังนั้นฉันก็เลยรวบรวมความกล้าเพื่อขอโทษคุณ และอยากถามว่าคุณสะดวกไปส่งฉันได้ไหม..."
อันที่จริง เซียวเวยเวยในเวลานี้ เธอรู้สึกดีต่อเย่เฉิน
ตั้งแต่วันนั้นก่อนที่จะถึงวันตรุษจีน มีบุคคลสำคัญจำนวนมากของจินหลิงมาอวยพรวันตรุษจีนที่คฤหาสน์ของเย่เฉิน เธอก็ตระหนักได้ทันที การดูถูกเหยียบหยามเย่เฉินในวันนั้น มันเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของเธอ
เธอตระหนักได้ทันที เย่เฉินในวันนี้ไม่ใช่เย่เฉินคนเก่าที่เธอเคยดูถูกแล้ว
และเย่เฉินก็ดีต่อเซียวชูหรันมาโดยตลอด เซียวเวยเวยรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
ดังนั้น ทัศนคติที่เธอมองเย่เฉินในตอนนี้ มันได้เปลี่ยนไปจากเดิมร้าวฟ้ากับเหว
วันนี้เธอออกจากบ้านและพบเย่เฉินขับรถจักรยานไฟฟ้าผ่านไป เธอก็เลยรวบรวมความกล้าและเรียกเขา
เธอคาดหวังว่าจะใช้โอกาสในครั้งนี้ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเย่เฉินดีขึ้น
แต่เย่เฉินไม่ได้รู้สึกดีต่อเซียวเวยเวยเลย ดังนั้นเขาจึงเอ่ยปากพูดว่า:"ฉันยังมีธุระต้องไปจัดการ และไม่ได้ไปทางหมู่บ้านจูเจียงลี่อิ่งด้วย ฉันไม่สะดวกที่จะไปส่งคุณ"
ถึงแม้เซียวเวยเวยจะรู้สึกจิตใจหดหู่เล็กน้อย แต่เธอก็ไม่เข้าไปเซ้าซี้ เธอพยักหน้าและพูดทันที:"พี่เขย ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร ถ้าคุณมีธุระก็รีบไปทำเลย ฉันเดินไปเองได้"
ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น เมื่อก่อนฉันเคยล่วงเกินผิดใจกับคนๆนั้น ในเวลานี้คนๆนั้นคงเหยียบย่ำฉันให้ต่ำลงและคงหัวเราะเยาะเย้ยฉันด้วย
แต่เย่เฉินไม่เพียงไม่ดูถูกเหยียบหยามเธอ แต่กลับเต็มใจที่จะช่วยเธอด้วย เรื่องนี้เธอคาดไม่ถึงจริงๆ
ในเวลานี้เย่เฉินเอ่ยปากพูด:"พอได้แล้ว อย่าร้องไห้อีกเลย และไม่ต้องปฏิเสธด้วย รีบเพิ่มฉันเป็นเพื่อนทางวีแชทเดี๋ยวนี้ ฉันยังมีธุระต้องไปจัดการ ต้องเดินทางตอนนี้เลย"
เซียวเวยเวยรีบพยักหน้าทันที แต่เมื่อเธอเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าตัวเองจึงตระหนักได้ว่า เธอไม่มีโทรศัพท์...
โทรศัพท์ของเธอ โดนลูกน้องของอู๋ตงไห่ยึดไปนานแล้ว
ดังนั้น เธอจึงพูดด้วยความประหม่าว่า:"พี่เขย...คือ...ฉัน...ฉัน...ฉันไม่มีโทรศัพท์..."

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...