ชายฉกรรจ์ที่อยู่รอบเฉินเสี่ยวเฟยเตรียมพร้อมแล้ว
บริษัทของพวกเขาเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจสีเทาโดยเฉพาะ ถ้าต้องการรายได้ต้องอาศัยผลงานทั้งหมด
ผลงานของเฉินเสี่ยวเฟยขึ้นอยู่กับจำนวนผู้หญิงที่เธอหลอกลวงมาได้ และจากนั้นเธอก็บีบบังคับเอาผลประโยชน์จากผู้หญิงเหล่านี้ได้อีกไม่น้อย
ส่วนผลงานของอันธพาลเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่พวกเขาลงมือ
กล่าวง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเดือนไหนไม่มีโอกาสได้ลงมือ พวกเขาก็จะได้แค่เงินเดือนพื้นฐานเท่านั้น
แต่ถ้าเดือนนี้มีการลงมือต่อสู้ทุกวัน พวกเขาจะได้รับค่าจ้างอย่างน้อยหลายหมื่น
วันนี้พวกเขาได้เห็นรายได้แล้ว เพราะอาลีเพย์ของเฉินเสี่ยวเฟยมีเงินเข้ามาห้าแสนหยวน หากพวกเขาสั่งสอนคนปัญญาอ่อนที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ เงินในห้าแสนหยวนนี้อย่างน้อยพวกเขาจะได้สองถึงสามหมื่นหยวน
ดังนั้น ทันทีที่พวกเขาได้ยินคำสั่งของเฉินเสี่ยวเฟย พวกเขาเดินเข้าไปหาเย่เฉินด้วยใบหน้าที่โหดเหี้ยม
เย่เฉินยิ้มจาง ๆ
ไม่ต้องกล่าวถึงพวกอันธพาลสี่ห้าคนนี้ แม้แต่ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้อย่างซูรั่วหลี ฝีมือก็ไม่พอเมื่ออยู่ต่อหน้าตนเอง
ดังนั้นเขาจึงทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
เย่เฉินใช้เท้าเตะคนหนึ่งล้มลงเสียงดังปัง แล้วก็ใช้หมัดชกไปที่อีกคนล้มลงเช่นกัน จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างจึงยกชายฉกรรจ์ข้างล่ะหนึ่งคน จากนั้นก็เหวี่ยงแขนทั้งสองข้างเบา ๆ แล้วก็เหวี่ยงทั้งสองคนออกไปอยู่ริมถนนที่ปลูกต้นสนแคะไว้ แล้วพวกเขาก็หมดสติไม่รู้สึกตัวอีกเลย
เมื่อคนที่เหลืออีกสองคนเห็นว่าเย่เฉินต่อสู้ได้อย่างคล่องแคล่ว เขาสามารถจัดการเพื่อนทั้งสี่ของตนเองได้อย่างง่ายดาย ทำให้พวกเขากลัวจนกำลังจะหันหลังหนีไป
แต่ก่อนที่พวกเขาจะหันหลัง เย่เฉินก็จับหลังคอของพวกเขาไว้ทันที จากนั้นพวกเขาสองคนนั้นก็เหมือนพาราโบลาที่พุ่งไปตกอยู่ริมถนนที่ปลูกต้นสนแคะเอาไว้
เฉินเสี่ยวเฟยส่ายศีรษะและกล่าวว่า “คุณเย่ ฉันไม่เคยได้ยินอัตราดอกเบี้ยที่สูงขนาดนี้มาก่อน…...”
เย่เฉินพยักหน้า “เอาล่ะ ตอนนี้ไม่เพียงแต่คุณเคยได้ยินเรื่องนี้ แต่คุณยังได้เห็นกับตาตนเองด้วย ผมแนะนำให้คุณหยุดพูดไร้สาระ มิเช่นนั้น ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นอีกห้าแสนหยวนทันที”
เฉินเสี่ยวเฟยปาดเหงื่ออันเย็นเฉียบและกล่าวอย่างอึดอัดว่า “คุณเย่ คุณอย่าล้อฉันเล่นเลย ฉันแค่ทำงานให้กับบริษัท แม้ว่าคุณจะโอนเงินนี้ให้ฉัน แต่เงินนี้ฉันก็ต้องโอนไปให้กับเจ้านายอีกที ฉันเป็นแค่พนักงานทั่วไป ฉันจะมีเงินมากมายมาชดใช้ให้คุณได้อย่างไร...”
เย่เฉินกล่าวด้วยเสียงราบเรียบว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็โทรเรียกเจ้านายของคุณมาที่นี่ แต่อย่าโทษว่าผมไม่เตือนคุณล่วงหน้า ถ้าเจ้านายของคุณใช้เวลาเดินทางมาที่นี่ 20 นาที ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นอีกสิบล้านหยวน”
เมื่อเฉินเสี่ยวเฟยได้ยินเย่เฉินบอกให้ตนเองโทรหาเจ้านาย เธอรู้สึกปีติทันที
เหตุผลที่เธอยอมรับผิดและขอความเมตตากับเย่เฉิน นั้นเป็นเพราะว่าตนเองไม่สามารถจัดการกับเขาเพียงลำพังได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...