นี่เป็นครั้งแรกที่หลิวจงฮุยได้พบคนอย่างเย่เฉิน
ไม่ชกต่อย ไม่ดุด่า ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนมีอารยะมากกว่าใคร ๆ แต่คำพูดที่กล่าวออกมา โหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก
สิบห้าล้านห้าแสนหยวน? ตนเองจะเอาเงินมากมายเช่นนี้มาจากไหน?
ถึงแม้ว่าเขาจะเปิดบริษัทโมเดลลิ่ง บังคับให้ผู้หญิงเหล่านั้นไปเป็นโสเภณีขายตัวตลอดเวลา สามารถหาเงินได้ไม่น้อยก็จริง แต่คนอย่างเขา ยิ่งหาเงินได้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งใช้เงินมากขึ้นเท่านั้น
เดิมคนที่เคยอยู่ในโลกสีเทานั้น ล้วนมีสัญชาตญาณที่ชอบดื่มเหล้าเที่ยวเตร่ และโดยทั่วไปแล้วคนพวกนี้ที่มีเงินเท่าไหร่ก็ใช้ไปจนหมด
ดังนั้น หลิวจงฮุยหาเงินได้มากก็จริง แต่เขาก็ใช้เงินไปเป็นจำนวนมาก
เขาสามารถหาเงินได้อย่างน้อยหลายล้านต่อปี แต่เขาไม่สามารถควบคุมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของตนเองได้ ดังนั้นแต่ละปีเขาจะเหลือเงินอยู่ในมือแค่ประมาณแปดแสนหรือหนึ่งล้านเท่านั้น
หลิวจงฮุยมีเงินเก็บทั้งหมดประมาณสามถึงสี่ล้านหยวน ตอนนี้เย่เฉินขอให้เขาคืนเงินสิบห้าล้านห้าแสนหยวน ถึงแม้ว่าเขาจะขายไตก็ไม่มีเงินมากขนาดนั้น
ดังนั้น เขาจึงร้องไห้อ้อนวอนว่า “อาจารย์เย่ บอกตามตรง ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นจริง ๆ ... ”
ทันทีที่หม่าจงเหลียงได้ยินประโยคนี้ ก็ใช้เท้าเตะไปที่หลิวจงฮุย และดุด่าว่า “เหี้ย! ให้เกียรติแล้วยังไม่รับอีก อาจารย์เย่ได้เสนอวิธีแก้ปัญหาให้คุณแล้ว คุณยังจะมาแสร้งร้องว่าตนเองจนอยู่ที่นี่อีก? หรือจะให้ผมเล่นงานคุณให้ตายคุณถึงจะพอใจใช่ไหม?”
หลิวจงฮุยตัวสั่น “ไม่.....พี่จงเหลียง ผมไม่ได้แสร้งร้องว่าตนเองจน แต่ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นจริง ๆ.....”
หม่าจงเหลียงดุด่าว่า “ถ้าไม่มีเงิน? ถ้าไม่มีเงินก็ตัดขาทั้งสองข้างของคุณทิ้งไว้ที่นี่!”
หลิวจงฮุยตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว จ้องไปที่เฉินเสี่ยวเฟย ด่าสาปแช่งอย่างโกรธเคืองว่า “เป็นเพราะผู้หญิงสารเลวอย่างคุณ ที่สร้างปัญหาให้กูอยู่ข้างนอกทั้งวัน!”
“ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะผม คุณคงเสียโฉมไปนานแล้ว! ตอนนี้คุณยังจะมาแว้งกัดผมอีก แม่งฉิบหาย คุณยังมีมโนธรรมอยู่หรือเปล่า?”
เฉินเสี่ยวเฟยกล่าวด้วยความตระหนกว่า “คุณ.....คุณอย่าพูดจาเหลวไหล เรื่องเหล่านี้คุณเป็นคนกุขึ้นมาเอง!”
ตอนนี้เย่เฉินตะโกนด้วยเสียงที่เย็นชาว่า “ทุกคนหุบปาก!”
เฉินเสี่ยวเฟยหดคอด้วยความตกใจ และหุบปากทันที
เย่เฉินจ้องไปที่เธอ และกล่าวอย่างเย็นชาว่า “คุณเฉิน รีบใส่ร้ายป้ายสี มันไม่มีความหมายอะไรหรอก รอให้ผมคิดบัญชีกับประธานหลิวเสร็จแล้ว ผมจะคิดบัญชีกับคุณอีกที”
เฉินเสี่ยวเฟยตกใจจนคุกเข่าลงบนพื้น และขอร้องอ้อนวอนว่า “คุณเย่ ฉัน...ฉันถูกบังคับจริง ๆ.....โปรดเห็นแก่ว่าฉันเป็นผู้หญิง ได้โปรดอย่าถือสาฉันเลย.....”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...