หม่าจงเหลียงรู้ดีว่า ที่เย่เฉินให้หลิวจงฮุยไปทำงานเป็นบ๋อยใน KTV นั้นเป็นการลงโทษเขา แต่ถ้าตนเองช่วยและดูแลเขาอย่างเปิดเผย มันก็เท่ากับต่อต้านเย่เฉิน
เขาไม่มีความกล้าเช่นนั้นแน่นอน
ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาที่เขาคิดได้คือ ต่อไปจะดูแลหลิวจงฮุยเล็กน้อย และเพียงเล็กน้อยอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
ตัวอย่างเช่น หากตนเองไปเข้าห้องน้ำที่ KTV และเมื่อตนเองพบเขายื่นทิชชูอยู่ที่ประตูห้องน้ำ ตนเองจะให้ทิปเท่าที่สามารถให้ได้
แต่ก็จะไม่ให้ทิปเกินกว่าห้าสิบหยวน เพราะถ้าเย่เฉินรู้ว่าตนเองตั้งใจสร้างรายได้ให้กับหลิวจงฮุย ดีไม่ดีเขาอาจจะหาเรื่องตนเองก็ได้
ฝั่งเย่เฉินได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานของบริษัทโมเดลลิ่งกับเซียวเวยเวย และกล่าวกับหม่าจงเหลียงว่า “เสี่ยวหม่า ตอนบ่ายคุณพาเวยเวยและหลิวจงฮุยไปจัดการเรื่องการโอนบริษัท และให้หลิวจงฮุยและเฉินเสี่ยวเฟยโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทให้เรียบร้อย”
หม่าจงเหลียงพยักหน้าและโค้งอย่างรวดเร็ว และกล่าวว่า “อาจารย์เย่ คุณวางใจเถอะ ทั้งหมดนี้มอบให้เป็นหน้าที่ของผม!”
เย่เฉินพยักหน้า มองไปที่หม่าจงเหลียงและกล่าวอย่างเย็นชาว่า “สำหรับเรื่องของวันนี้ผมจะไม่คิดบัญชีกับคุณ ต่อไปคุณต้องระมัดระวังตนเองหน่อย อย่าคิดว่าตนเองเป็นบุคคลอันดับหนึ่งในเมืองจินหลิง ก็ไปช่วยคนอื่นตีรันฟันแทงโดยไม่คำนึงถึงเหตุผล และถ้าผมรู้ว่าคุณกล้าช่วยคนชั่วก่อกรรมทำเข็ญเช่นนี้อีก ผมก็จะให้คุณไปเป็นบ๋อยเหมือนหลิวจงฮุย เข้าใจไหม?”
หม่าจงเหลียงกลัวจนตัวสั่น และกล่าวมา “อาจารย์เย่ คุณวางใจเถอะ ถ้าผมยังทำเรื่องเช่นนี้อีก ผมจะถือศีรษะตนเองมาพบคุณเอง!”
เย่เฉินฮึ่มประโยคหนึ่ง และกล่าวอย่างเย็นชาว่า “การที่ทำมาหากินในโลกใต้ดิน บาร์ KTV และไนต์คลับ จะต้องทำมาหากินอย่างสุจริต อย่ารังคนอาชีพเดียวกัน อย่ารังแกคนอื่นและบังคับครอบครองผู้หญิง มิฉะนั้น ผมจะสั่งสอนหงห้าด้วย!”
หม่าจงเหลียงโค้งคำนับอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “อาจารย์เย่ ผมจะจำคำสั่งสอนของคุณไว้ในใจ.....”
เซียวเวยเวยไม่เคยคิดฝันว่า เย่เฉินจะซื้อโทรศัพท์มือถือให้ตนเอง ซึ่งทำให้เธอรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก
“ตอนเช้าเย่เฉินให้เงินตนเองเพื่อนั่งรถ และเมื่อสักครู่เมื่อเห็นว่าตนเองถูกรังแกก็ยื่นมาช่วยเหลือ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่บังเอิญพบเจอ...…”
“แต่โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ เขาซื้อด้วยความตั้งใจ!”
“เขารู้ว่าตนเองไม่มีโทรศัพท์มือถือ เขาเลยอยากจะมอบโทรศัพท์มือถือให้ตนเอง ดังนั้นจึงซื้อโทรศัพท์มา! ซื้อมาให้ตนเองโดยเฉพาะ!”
ขณะนี้ เซียวเวยเวยรู้สึกตื้นตันเป็นที่สุด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...