หลังกลับจากบ้านเก่าของพ่อแม่เย่เฉิน ตู้ไห่ชิงก็รู้สึกผิดหวังราวกับสูญเสียอยู่บ้าง
ทางหนึ่งเป็นเพราะคิดถึงเย่ฉางอิง อีกทางหนึ่งก็เป็นเพราะเห็นเย่เฉินเมื่อกี้ รู้สึกว่าเขาหน้าตาเหมือนกับเย่ฉางอิงมากจริงๆ ดังนั้นจึงกระตุ้นให้เธอหวนคิดถึงความทรงจำมากมายในช่วงวัยเยาว์อีกครั้ง
ตอนกลับถึงบ้านพักในจินหลิงของตระกูลตู้ คนรับใช้ก็เตรียมอาหารเที่ยงไว้เต็มโต๊ะแล้ว
ซูจือเฟยก็เพิ่งกลับมาจากการบริจาคเงินให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเสร็จ พอเห็นตู้ไห่ชิงกลับมา ก็รีบร้อนถามเธอว่า “แม่ ช่วงเช้าแม่ไปไหนมา?”
ตู้ไห่ชิงได้สติกลับมาจากคนามคิดอันยุ่งเหยิง ทว่ายังคงพูดโดยใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่บ้างว่า “อ้อ ไม่ได้ไปไหนหรอก ให้ลุงหวางพาแม่ไปเที่ยวรอบๆ นี้น่ะ”
เวลานี้ สาวใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามา พูดอย่างนอบน้อมว่า “คุณหนูรองคะ อาหารทำเสร็จแล้วค่ะ”
ตู้ไห่ชิงพยักหน้า พูดกับซูจือเฟยว่า “ไปเรียกน้องแกออกมากินข้าว ยัยเด็กคนนี้ทำอะไรอยู่กัน? พักนี้ถึงหมกตัวอยู่แต่ในห้องตัวเองทั้งวัน เพิ่งมาจินหลิงครั้งแรกก็ขังตัวเองไว้แล้ว ประหลาดจริงเชียว”
“แหะๆ ...” ซูจือเฟยหัวเราะ แล้วพูดว่า “จือหยูอยากตามหาผู้มีพระคุณของเราให้เจอน่ะครับ ก็คือชายหนุ่มคนนั้นที่ช่วยชีวิตเราไว้ตอนอยู่ญี่ปุ่น”
ตู้ไห่ชิงพลันรู้แจ้ง รีบถามว่า “มีเบาะแสหรือยัง?”
ซูจือเฟยส่ายหน้า ถอนหายใจอย่างจนปัญญาแล้วกล่าวว่า “งมเข็มในมหาสมุทร จะหาเจอได้ง่ายขนาดนั้นที่ไหนกันครับ จนป่านนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาเป็นคนหัวเซี่ยหรือหัวเฉียวกันแน่ และไม่รู้ว่าเขาอยู่ญี่ปุ่นหรือว่าในประเทศเรา”
ตู้ไห่ชิงกล่าวอย่างจริงจังว่า “คนคนนี้ช่วยชีวิตพวกลูกสองคนไว้ หากไม่ใช่เพราะเขา พวกลูกคงจะประสบกับเหตุไม่คาดฝันไปนานแล้ว บุญคุณยิ่งใหญ่เช่นนี้ จะต้องหาโอกาสตอบแทนให้ดีๆ ...”
พูดเสร็จ เขาก็สะบัดศีรษะ กล่าวว่า “แม่ ผมจะไปเรียกจือหยูออกมากินข้าว”
“อืม ไปเถอะ”
อย่างรวดเร็ว จือหยูที่อยู่ในชุดนอนอยู่บ้าน ก็เดินออกมาจากในห้องอย่างไม่ค่อยยินดีนักภายใต้การเร่งเร้าของซูจือเฟย
ตอนที่ออกมา ในมือเธอยังถือiPadเครื่องหนึ่งมาด้วย นิ้วมืออีกข้างก็กำลังไถอยู่บนนั้นอย่างรวดเร็ว ก้มหน้ามองหน้าจอไม่หยุด
ตอนที่มาถึงห้องอาหาร ความสนใจของซูจือหยูก็ยังเพ่งอยู่ที่หน้าจอiPad ตู้ไห่ชิงจึงเอ่ยปากถามว่า “จือหยู ได้ยินพี่ชายลูกบอกว่าลูกกำลังตามหาผู้มีพระคุณคนนั้น มีความคืบหน้าอะไรหรือยัง?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...