ซูจือหยูพูดว่า “หนูอยากกลับไปให้อาจารย์ลองเสี่ยงทายดูว่าจะชี้ทางให้หนูได้บ้างไหม”
ซูจือเฟยหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่แล้วกล่าวว่า “เธอเพิ่งจะพูดอยู่หยกๆ ว่าไม่เชื่อเรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ?”
ซูจือหยูกล่าวอย่างจริงจัง “ก็ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้วนี่ ทำไมจะไม่ลองดูล่ะ”
พูดจบ เธอถามตู้ไห่ชิง “แม่คะ ที่เย่นจิงมีอาจารย์ชื่อดังคนไหนบ้างไหม? แม่ว่างๆ มักจะไปจุดธูปไหว้พระบริจาคเงินบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ? รู้จักพระอาจารย์ทางธรรมคนไหนบ้างไหม?”
ตู้ไห่ชิงกล่าวอย่างจริงจัง “อย่าปากพล่อย พระอาจารย์เป็นของสายพระพุทธ เรื่องดูดวงเป็นของลัทธิเต๋า!”
ซูจือหยูรีบถามว่า “งั้นแม่รู้จักนักพรตที่เก่งๆ บ้างไหมคะ? หนูจะไปขอให้เขาดูดวงให้หน่อย!”
ตู้ไห่ชิงนิ่งคิด แล้วกล่าวว่า “เรื่องนี้แม่ยังไม่แน่ใจนัก แม่ไม่เคยเชิญใครมาดูดวงหลายปีแล้ว ล่าสุดที่ขอให้คนดูดวงให้ เป็นตอนที่อายุพอๆ กับลูกนี่ล่ะ”
พูดเสร็จ เธออดคิดถึงเย่ฉางอิงขึ้นมาไม่ได้ ในใจจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา
จากนั้นเธอก็พูดกับซูจือหยูว่า “จริงสิ แม่ได้ยินว่าก่อนหน้านี้คนตระกูลเย่สร้างสุสานบรรพบุรุษ จึงเชิญคุณตาล่ายผู้สืบทอดตระกูลล่ายมาจากอเมริกาโดยเฉพาะ คุณตาลูกกับคุณตาล่ายค่อนข้างสนิทกันเป็นการส่วนตัว หากลูกอยากจะดูดวงจริงๆ สามารถให้คุณตาลูกลองถามคุณตาล่ายว่ายังอยู่เย่นจิงหรือไม่”
“คุณตาล่าย?” ซูจือหยูขมวดคิ้วถามว่า “ทำไมหนูไม่เคยได้ยินมาก่อน? เก่งมากไหมคะ?”
ตู้ไห่ชิงกล่าวว่า “คุณตาล่ายเป็นลูกหลานของล่ายปู้อีปรมาจารย์ด้านฮวงจุ้ยในสมัยราชวงศ์ซ่ง เชี่ยวชาญด้านพยากรณ์ฮวงจุ้ยและแผนภูมิแปดทิศห้าธาตุ น่าจะเป็นอาจารย์ที่เก่งกาจที่สุดในโลกสมัยปัจจุบัน”
ซูจือหยูอุทานว่า “เจ๋งขนาดนี้เชียว! งั้นหนูจะลองโทรถามคุณตาดู!”
ซูจือหยูพูดด้วยความเสียดายสุดแสน “โชคร้ายจัง...งั้นจะทำยังไงดี...คุณตายพอจะรู้จักอาจารย์คนอื่นอีกไหมคะ?”
ตู้เจิ้นหัวกล่าวว่า “อาจารย์น่ะรู้จักไม่น้อย แต่ที่เรียกสองคำว่าอาจารย์ของจริงนั้น มีแค่อาจารย์ล่าย”
พูดเสร็จ เขาก็กล่าวว่าอีก “อย่างนี้ ตาจะช่วยหลานลองถามอาจารย์ล่ายดูแล้วกัน หากเขายอมก็สามารถดูดวงให้หลานได้เลย”
ซูจือหยูถามอย่างประหลาดใจ “คุณตาคะ ที่คุณตาพูดมาเป็นความจริงใช่ไหมคะ?”
ตู้เจิ้นหัวยิ้มกล่าวว่า “ตายังจะหลอกหนูได้เหรอ? ประเด็นคืออาจารย์ล่ายอายุมากแล้ว นิสัยก็แปลกประหลาดอีกด้วย เขายอมช่วยเรื่องนี้หรือไม่ ตาไม่กล้ารับประกันหรอกนะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...