ล่ายชิงหวาส่งเสียงอืมรับคำ กล่าวอย่างจริงจังว่า “สมควรให้เธอหยุดเสียดีกว่า ไม่อย่างนั้นก็เหมือนกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ สุดท้ายคนที่บาดเจ็บก็คือตัวเธอเอง”
ตู้เจิ้นหัวกล่าวคำของคุณติดๆ กัน จากนั้นก็วางสายอย่างรีบร้อน พร้อมกับวิดีโอคอลไปหาซูจือหยู
ที่ต้องการวิดีโอคอล เป็นเพราะเขารู้ว่าการวิดีโอคอล หลังอีกฝ่ายรับสายแล้ว ก็จะใช้โหมดเปิดลำโพงได้เลย หากเป็นเช่นนี้ล่ะก็ เนื้อหาที่เขาจะพูด จะไม่ใช่แค่ซูจือหยูที่ได้ยิน ตู้ไห่ชิงลูกสาวและซูจือเฟยหลานชายเขาก็จะได้ยินด้วย
ที่ตู้เจิ้นหัวกลัวก็คือซูจือหยูจะไม่เชื่อพวกคำทำนาย หากบอกเธอไปโต้งๆ ว่าในภูเขามีเสือ เป็นไปได้มากว่าเธอไม่เพียงไม่ถอยหลัง แต่จะเดินเข้าไปหาเสือแทน
ดังนั้น เขาจึงอยากจะเผชิญหน้ากับตู้ไห่ชิงสามคนครอบครัว บอกเรื่องนี้กับพวกเขาอย่างเอาจริงเอาจัง ต่อให้ตนแนะนำซูจือหยูไม่ให้หาต่อแล้ว ก็ยังมีตู้ไห่ชิงกับซูจือเฟยอีก
เวลานี้เป็นเวลาอาหารเย็นพอดี ซูจือหยูที่กำลังทานข้าวพร้อมกับแม่และพี่ชาย รับสายวิดีโอคอลจากคุณตา ในใจพลันยินดีขึ้นมา คิดว่าการเสี่ยงทายมีความคืบหน้าแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงรีบรับสายทันที
วิดีโอคอลถูกรับ ตู้เจิ้นหัวก็ยิ้มตาหยีถามว่า “จือหยูเอ๋ย กำลังทำอะไรอยู่?”
ซูจือหยูรีบกล่าวว่า “กำลังเตรียมจะกินข้าวพอดีเลยค่ะคุณตา คุณตาล่ะคะ?”
ตู้เจิ้นหัวยิ้มแล้วกล่าวว่า “ตากินเสร็จแล้ว”
กล่าวจบ ก็ถามอีกว่า “แม่หลานกับพี่ชายหลานล่ะ?”
ซูจือหยูรีบหันกล้องวิดีโอทันที ถ่ายเข้าไปให้เห็นแม่กับพี่ชาย แล้วกล่าวว่า “แม่กับพี่ก็อยู่ค่ะ จริงสิ คุณตาคะ คุณตาให้อาจารย์คนนั้นช่วยทำนายให้หรือยัง?”
ตู้เจิ้นหัวพยักหน้า กล่าวว่า “ทำนายให้แล้ว”
ซูจือเฟยที่อยู่ด้านข้างเอ่ยปากกล่าวว่า “จือหยู เธอก็ไม่เห็นต้องพูดจารุนแรงขนาดนี้เลย หากเป็นพวกสิบแปดมงกุฎเหล่านั้นจริง จะต้องไม่มีทางบอกเธอว่าเขามองเห็นไม่ชัดหรอก เขาแค่พูดจาคลุมเครือให้เธอฟังหรือคำพูดคำที่ไร้หลักฐานก็ยังได้
“อย่างเช่นเธอต้องการหาคน เขาก็อาจจะชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดกับเธอ ว่าคนที่เธอต้องการตามหาอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จากนั้นที่เหลือก็ให้เธอไปหาเอาเอง ส่วนเธอจะหาเจอหรือไม่ ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเขาแล้ว”
“ซึ่งอาจารย์ล่ายคนนี้ในเมื่อเขาสามารถพูดว่ามองเห็นไม่ชัดได้ อย่างนั้นฉันก็เชื่อว่านี่ไม่ใช่ข้ออ้างอะไรอย่างแน่นอน”
แม้ซูจือหยูจะไม่เชื่อเรื่องเช่นนี้ แต่เวลานี้ก็ไม่อยากโต้เถียงกับคนอื่นมากเกินไปเช่นกัน จึงได้แต่พูดอย่างฉุนๆ ว่า “ในเมื่อแม้แต่อาจารย์ล่ายคนนี้ก็ยังมองเห็นไม่ชัด งั้นหนูก็จะอาศัยตัวเองค่อยๆ ตามหาต่อแล้วกัน!”
เวลานี้ตู้เจิ้นหัวจึงรีบร้อนกล่าวว่า “จือหยูเอ๋ย หลานฟังตาแนะนำสักประโยค คนผู้นี้อย่าตามหาอีกเลย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...