เห็นว่าซูจือหยูไม่พูดเถียงอะไรอีก ตู้ไห่ชิงจึงถอนหายใจเสียงเบา แล้วเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “จือหยู ลูกต้องรู้นะว่า ดวงดาวทั้งหมดในกาแล็กซีสองล้านล้านนี้ ยังมีกฎเกณฑ์ของมันโดยเฉพาะ แล้วดวงชะตาของมนุษย์แค่พันล้านกว่าคนล่ะ?”
ขณะพูด เธอก็ประสานมือทั้งสองข้าง แล้วพูดอย่างเคารพว่า “เมื่อก่อนที่แม่ไปไหว้ศาลเจ้า พวกลูกกับคุณพ่อก็คิดว่าแม่งมงาย แต่หลักศาสนาก็เคยกล่าวไว้ว่า โลกก็เหมือนเม็ดทราย!”
“ถึงแม้จะมีเม็ดทรายแค่เม็ดเดียว แต่ข้างในกับกว้างขวางไม่มีที่สิ้นสุด!”
“เมื่อเทียบกันแล้ว กาแล็กซี ก็เป็นแค่เม็ดทรายในจักรวาล แล้วข้างในนั้น ก็ประกอบไปด้วยโลกที่กว้างใหญ่”
“อี้จิงเคยสอนมนุษย์เราว่า ทุกสิ่งในจักรวาล ไม่ว่าจะเล็กเหมือนเศษฝุ่นหรือใหญ่เท่าดวงดาว ทุกอย่างมีกฎเกณฑ์ของมันโดยเฉพาะ ลูกอาจจะไม่เข้าใจ แต่จะดูหมิ่นไม่ได้ เข้าใจไหม?”
ซูจือหยูรีบพยักหน้า แล้วเอ่ยพูดเสียงเบาว่า “แม่คะ หนูเข้าใจแล้วค่ะ ขอโทษนะคะ ก่อนหน้านั้นหนูคิดตื้นเกินไป ไม่เข้าใจอี้จิงปากั้ว แล้วก็ไม่เข้าใจเรื่องดวงชะตาด้วย……”
ตู้ไห่ชิงยิ้มอ่อน แล้วเอ่ยว่า “ทุกสิ่งบนโลกล้วนแต่มีกฎเกณฑ์ทั้งนั้น ขอแค่ลูกหากฎเกณฑ์ของมันเจอ ลูกก็จะเห็นอดีต ปัจจุบัน แล้วก็อนาคตของมัน”
“เหมือนคนสมัยก่อนที่เรียนรู้เรื่องกฎของดวงดาว ก็เลยสามารถพยากรณ์อากาศได้”
“ก็เหมือนนักดาราศาสตร์ในตอนนี้ ที่รู้กฎเกณฑ์ของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ ก็เลยสามารถพยากรณ์สุริยุปราคากับจันทรุปราคาได้ทุกครั้ง แล้วยังสามารถพยากรณ์สุริยุปราคากับจันทรุปราคาในอีกพันปีหมื่นปีข้างหน้าได้ด้วย”
“ความสำคัญของอี้จิง ก็เหมือนกำลังสรุปกฎเกณฑ์ระหว่างทุกสิ่งบนโลกกับของมนุษย์”
“ถ้ารู้กฎเกณฑ์เหล่านี้ ก็จะมองเรื่องบางเรื่องออก มองอดีต ปัจจุบันแล้วอนาคตของคนคนหนึ่งออก”
“ไม่นะคะแม่!” ซูจือหยูรีบพูดอย่างร้อนใจ “ตอนนี้แม่ให้หนูไปอเมริกาคนเดียว หนูไปถึงที่นั่นแล้วแต่มหาลัยยังไม่เปิดเทอม หอพักก็ไปพักไม่ได้ หนูไม่คุ้นเคยอะไรที่นั่นเลย ทำอะไรก็ไม่สะดวกด้วย……”
ตู้ไห่ชิงพูดอย่างจริงจัง “ไม่มีอะไรไม่สะดวก ปีที่แล้วพ่อลูกซื้อบ้านใกล้มหาลัยฮาร์วาร์ดไว้แล้ว ถ้าลูกไปก็ไปอยู่ที่นั่น มีทั้งพ่อบ้านคนรับใช้ มีผู้ช่วยส่วนตัวด้วย ลูกไปอยู่ที่นั่นสะดวกมากแน่นอน ถ้าไม่ได้จริงๆ แม่ก็จะไปกับลูกเอง”
พอซูจือหยูได้ยินประโยคเหล่านี้ จึงรีบเอ่ยขอร้อง “แม่คะ ตอนนี้หนูยังไม่อยากไปที่อเมริกา……หนูจะเชื่อฟังแม่ค่ะ ไม่ตามหาแล้วก็ได้ค่ะ”
ตอนที่พูดประโยคนี้ ในใจซูจือหยูก็ยังมีความไม่ถอดใจ……
“ในใจฉัน ต้องไม่ยอมล้มเลิกที่จะตามหาผู้มีบุญคุณอยู่แล้ว……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...