“แต่ว่า ตอนนี้คุณแม่พูดเด็ดขาดขนาดนี้ ด้วยนิสัยของคุณแม่ ถึงแม้ปกติจะอ่อนโยนใจดี แต่ว่าถ้าคุณแม่ตัดสินใจแล้ว ก็จะไม่มีโอกาสเปลี่ยนใจเด็ดขาด……”
“เพราะฉะนั้น ถ้าฉันเอาแต่ดื้อจะตามหาผู้มีบุญคุณต่อ คุณแม่ต้องทำตามอย่างที่พูด แล้วส่งฉันไปอเมริกา……”
“ถึงเวลา ฉันอยู่อเมริกา ห่างกับในประเทศไกลขนาดนั้น อยากจะตามหาผู้มีบุญคุณก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้……”
“เพราะฉะนั้น ฉันเลยต้องพูดโกหกกับคุณแม่ก่อน……จากนั้นก็ค่อยแอบไปตามผู้มีบุญคุณอย่างลับๆ ต่อ……”
ตู้ไห่ชิงไม่รู้ว่าตอนนี้ในใจลูกสาวกำลังคิดอะไรอยู่ ได้ยินแค่ว่าเธอตอบตกลงที่จะไม่ตามหาแล้ว ในใจจึงรู้สึกโล่งอก
เพราะฉะนั้น เธอจึงหันไปหาซูจือเฟย พร้อมพูดอย่างจริงจังว่า “จือเฟย ที่ลูกชื่อจือเฟย ก็เพราะอยากให้ลูกเป็นคนที่แยกแยะเป็น ความสำคัญของเรื่องน้องสาวลูก เมื่อกี้แม่พูดกับลูกๆ ชัดเจนแล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยของน้อง ลูกต้องจำไว้ว่า ห้ามแอบหาคนช่วยเหลือน้องเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
พอซูจือเฟยได้ยิน จึงรีบเอ่ยว่า “คุณแม่ไว้ใจเถอะครับ ในใจผมเคารพนับถือวัฒนธรรมหัวเซี่ยอยู่แล้ว ในเมื่ออาจารย์พูดขนาดนี้ ผมก็จะไม่ช่วยเหลือจือหยูเด็ดขาดครับ!”
สิ่งที่ซูจือเฟยพูดคือความในใจจริงๆ
คนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เพราะได้รับผลกระทบจากวัฒนธรรมตะวันตก จึงทำการดูหมิ่นวัฒนธรรมหัวเซี่ย แล้วสิ่งที่โดนดูหมิ่นมากที่สุด ก็คือแพทย์แผนจีนโบราณ
ตอนที่ซูจือเฟยยังเป็นวัยรุ่น ก็เคยมีความอคติกับแพทย์แผนจีน รู้สึกว่าแพทย์แผนจีนไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แล้วไม่มีเคสผู้ป่วยด้วย
แต่ว่าปีนั้นที่เขาอายุสิบเก้า เขามีไข้ติดต่อกันมาเป็นเดือน ตรวจเช็กร่างกายทุกอย่างในโรงพยาบาลแล้ว พร้อมกับลองยาปฏิชีวนะมาจนครบ แต่ก็ไม่เห็นผลอะไรเลย
ตั้งแต่ที่ถูกช่วยเหลือที่ญี่ปุ่นจนถึงตอนนี้ ทุกวันเธอก็จะนึกถึงเย่เฉิน นึกถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ตัวเองถูกช่วยเหลือตอนนั้น
พูดได้เลยว่า สำหรับเธอ เย่เฉินอยู่ในก้นบึ้งหัวใจแล้ว
เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะเป็นแมลงที่บินเข้าหากองไฟจริงๆ ในใจเธอก็ไม่อยากล้มเลิกความคิด
ทันใดนั้น ตู้ไห่ชิงมองซูจือหยู แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวดว่า “จือหยู แม่อยากอยู่จินหลิงสักระยะ ระหว่างนี้ ลูกก็อยู่กับแม่ที่จินหลิง ห้ามไปที่ไหนเด็ดขาด!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...