ตู้ไห่ชิงอยากจะอยู่ที่จินหลิงสักระยะเหมือนกัน
ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเย่ฉางอิง แต่เพราะว่าเธอชอบเมืองที่อบอุ่นนี้มากจริงๆ
นอกจากนี้ เธอยังคิดถึงบ้านหลังเก่าที่เย่ฉางอิงเคยเช่าอยู่ด้วย
เธออยากอยู่ที่จินหลิง แล้วซื้อบ้านหลังนั้นมา จากนั้นก็รีโนเวทตกแต่งใหม่
ถ้าต่อไปไม่มีเรื่องพิเศษอะไร เธอก็อยากจะมาอยู่ที่จินหลิงเลย
ตอนนั้นเพราะว่าตู้ไห่ชิงเห็นผู้ชายที่ตัวเองรักแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น จึงหมดความมั่นใจกับความคาดหวังในความรัก เพราะฉะนั้นจึงแต่งงานกับซูโส่วเต้า
แต่ว่าพอแต่งงานแล้ว เธอกับซูโส่วเต้ามีแค่ความผูกพัน ไม่มีความรัก
จากนั้นเรื่องที่ซูโส่วเต้าทรยศเธอก็โป๊ะแตก ความผูกพันที่เธอมีต่อซูโส่วเต้า ก็ค่อยๆ จางหายไป
เพราะฉะนั้น ถึงตอนนี้จะยังไม่หย่ากับซูโส่วเต้า แต่ในใจเธอตัดสินใจแล้ว จะไม่ฝืนตัวเอง เพราะคนอื่นอีก
ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธออยากจะใช้ชีวิตตามแบบของตัวเอง
ย้ายมาอยู่ที่จินหลิง นี่เป็นแค่ขั้นตอนแรก
ซูจือหยูได้ยินคุณแม่บอกว่าให้ตัวเองอยู่ต่อที่จินหลิง ในใจก็ต้องไม่เต็มใจอยู่แล้ว
เธอแอบคิดว่า “ไม่ว่าจะเป็นตระกูลซูหรือว่าตระกูลตู้ อำนาจหลักก็ยังคงอยู่เย่นจิง มีแค่อยู่ที่เย่นจิง ฉันถึงจะมีโอกาสใช้เส้นสาย แล้วมาช่วยฉันตามหาผู้มีบุญคุณ”
ซูจือหยูรู้สึกปวดหัว จึงรีบเอ่ยว่า “ไม่ใช่แค่เรื่องความชื้นในอากาศเท่าไหร่หรอกค่ะ แล้วการความเคยชินต่างๆ ด้วย อาหารที่นี่ไม่ค่อยถูกปากหนูด้วย……”
ตู้ไห่ชิงโบกมือ แล้วเอ่ยว่า “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวแม่เรียกพ่อครัวที่เย่นจิงมาให้ ตอนที่อยู่ที่บ้าน ลูกชอบกับข้าวที่พ่อครัวทำไม่ใช่เหรอ? แล้วตอนนี้พ่อลูกก็ไปออสเตรเลียแล้ว พ่อครัวที่บ้านก็ว่างพอดี เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่เรียกมา ไม่สิ ให้เขามาวันนี้เลย แบบนี้พรุ่งนี้เช้าลูกก็จะได้กินกับข้าวที่ถูกปากพอดี”
ซูจือหยูพูดอย่างทำอะไรไม่ถูก “คือ……แม่คะ……หนูอยู่กับแม่ที่นี่ได้ค่ะ แต่พี่ชายก็ต้องกลับไปอยู่ดี แม่เรียกพ่อครัวมาที่จินหลิง ถ้าพี่ชายกลับไปแล้วจะทำยังไงคะ?”
ไม่รอให้ตู้ไห่ชิงเอ่ยพูด ซูจือเฟยจึงเอ่ยพูดอย่างหนักแน่นว่า “ไม่เป็นไรครับ! ผมไม่เป็นไร! เดี๋ยวผมไปกินข้างนอกก็ได้ครับ ผมตัวคนเดียวจัดการเรื่องกินได้ง่ายอยู่แล้วครับ!”
จากนั้น ซูจือเฟยก็เอ่ยพูดอีกว่า “ใช่สิครับ ผมไม่ได้ไปจากจินหลิงเดี๋ยวนี้เลย คอนเสิร์ตของคุณหนูกู้ก็จะจัดแล้ว ผมอยากอยู่ที่จินหลิงต่อเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคอนเสิร์ตด้วย เดี๋ยวรอคอนเสิร์ตจบแล้วค่อยไปครับ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...