สำหรับเซียวเวยเวย เย่เฉินไม่ได้มีความคิดอันใดมากมาย
เดิมทีเพียงแค่เห็นแก่ที่เธอคิดทบทวนตัวเอง รู้ว่าตนเองผิด และต้องการที่จะปรับปรุงตัวเองจากใจจริง จึงคิดอยากจะช่วยเหลือเธอสักเล็กน้อย ให้เงินแก่เธอเล็กน้อย ทำให้เธอสามารถแก้ไขความทุกข์ยากที่กำลังเผชิญอยู่ได้
ทว่าหลังจากที่พบว่าเธอถูกคนอื่นรังแก ทั้งยังพบว่าหลิวจงฮุยและเฉินเสี่ยวเฟยรังแกเธออย่างเกินไป อย่างน้อยๆ เย่เฉินเองก็มีความคิดที่จะอยากเข้าไปช่วยเหลือเธอจากการถูกกลั่นแกล้งด้วยเช่นกัน
ดังนั้น เขาจึงถือโอกาสมอบบริษัทโมเดลลิ่งซ่างเหม่ยของหลิวจงฮุย ให้กับเซียวเวยเวยในการบริหารจัดการ
ทว่า ภายในใจเย่เฉินยังคงมีความระวังและฝังใจกับเซียวเวยเวยเล็กน้อยอยู่ เพราะฉะนั้นเขาจึงกำหนดข้อจำกัดให้แก่เซียวเวยเวย แม้ว่าเธอจะต้องบริหารทั้งบริษัท ทว่าเธอจะได้รับเพียงเงินเดือนหนึ่งหมื่นหยวนเท่านั้น
สาเหตุที่ทำเช่นนี้ ก็เพื่อกำหนดขอบเขตของรายได้และสิทธิของเธอ ทำให้เธอทำอะไรอย่างซื่อสัตย์อยู่ในกฎเกณฑ์ มิใช่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยภายในเวลาอันสั้นอีก
เซียวเวยเวยไม่ได้คิดมากมายขนาดนั้น การที่เย่เฉินช่วยเหลือเธอได้จนถึงขั้นนี้ ลึกๆ ภายในใจของเธอก็พึงพอใจมากๆ แล้ว เธอคิดแต่เพียงว่า ขอเพียงขยันทำงานอย่างดี บริหารบริษัทโมเดลลิ่งซ่างเหม่ยให้ดีๆ ก็พอ
ยอมรับความคิดที่ว่ามีเรื่องน้อยก็ทุกข์น้อย เย่เฉินก็ไม่ได้นำเรื่องนี้บอกเซียวชูหรันภรรยาของตนแต่อย่างใด
อีกทั้ง ช่วงนี้เซียวชูหรันก็ค่อนข้างยุ่งมากจริงๆ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ก็บึ่งไปยังห้องหนังสือทำงานต่อทันที ไม่กล้าที่จะเสียเวลาแม้แต่น้อย
ตอนนี้เซียวชูหรันได้เริ่มจัดเตรียมงานประมูลตกแต่งโรงแรมหกดาวของตี้เหากรุ๊ปแล้ว เธอเมื่ออยู่ในช่วงขาขึ้นของอาชีพการงาน ความรับผิดชอบต่องานจึงมีมากเป็นพิเศษ ในความคิดของเธอ ตอนนี้เธอหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถแบ่งเบาภาระหนักในการเลี้ยงดูครอบครัวของเย่เฉินมาได้บ้าง
เย่เฉินเมื่อเห็นภรรยาเลิกงาน แล้วยังต้องเร่งรีบทำงานทำโอทีต่อ อย่างน้อยภายในใจของเขาก็เจ็บปวดอยู่บ้าง
สิ้นเสียง เธอก็หยิบสตรอว์เบอร์รีลูกที่ใหญ่และแดงที่สุดขึ้นมา ทว่าไม่ได้หยิบขึ้นมากิน กลับจับยัดใส่ปากของเย่เฉินแทน เธอยิ้มพลางเอ่ยขึ้นว่า “คุณสามี คุณทานอันนี้สิ!”
เย่เฉินยิ้มพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ผมทานตั้งนานแล้ว คุณทานเองเถอะ ไม่ต้องสนใจผม”
เซียวชูหรันแกล้งเบ้ปากเสมือนโกรธอยู่ เอ่ยว่า “ถ้าคุณไม่ทาน งั้นฉันก็ไม่ทานเหมือนกัน”
สิ้นเสียง ก็เอ่ยพึมพำขึ้นมา ด้วยความโกรธเคือง “คนเขาอุตส่าห์ป้อนให้ถึงปากคุณก็ยังไม่ทานเลย ช่างน่าเสียใจเกินไปแล้ว...”
เมื่อเย่เฉินได้ยินคำพูดนี้ จึงรีบอ้าปากออก แล้วงับสตรอว์เบอร์รีพร้อมทั้งสองนิ้วมือของเซียวชูหรันเข้าไปในปากด้วย ไม่เพียงเท่านี้ เขายังจงใจออกแรงเล็กน้อย งับนิ้วมือของเธอเอาไว้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...