หวังตงเสวี่ยนในขณะนี้ ได้ยินคำพูดของซุนเหวินปิน ในใจก็เคร่งเครียดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ รีบซักไซ้ว่า “หัวหน้าซุนคะ จากประสบการณ์ของคุณ ความเป็นไปได้ที่พ่อของฉันไม่ระวังแตะต้องเข้ากับสารพิษนี่มากกว่า หรือความเป็นไปได้ที่ถูกคนลอบวางยามากกว่าเหรอคะ?”
“พูดยากครับ” ซุนเหวินปินตั้งใจอธิบายว่า “เหตุการณ์และเบาะแสที่เรามีอยู่ในตอนนี้ มีขีดจำกัดจริงๆครับ โดยพื้นฐานไม่มีเบาะแสที่มีประโยชน์มากสักเท่าไหร่ที่จะช่วยให้พวกเรากำหนดทิศทางได้”
พูดจบ เขาได้เอ่ยปากถามอีกว่า “อ้อคุณหวังครับ สภาพของพ่อคุณในตอนนี้ สามารถรับการสอบได้มั้ยครับ? บางเรื่องถ้าถามเขาโดยตรงล่ะก็ บางทีอาจจะได้รับเบาะแสที่มีประโยชน์มากกว่าก็เป็นได้ครับ”
หวังตงเสวี่ยนส่ายหน้า ถอนหายใจ “ช่วงสองสามวันนี้พ่อของฉัน อยู่ในสภาพโคม่าตลอดเลยคะ่...”
ซุนเหวินปินลังเลไปสักพัก จิ๊จ๊ะออกมา กล่าว “จุ๊ๆ...ไม่งั้นเอางี้มั้ยครับ!”
“ในเมื่อเมื่อกี๊คุณพูด ว่าช่วงหนึ่งที่ก่อนพ่อคุณจะอาการกำเริบแทบจะไม่ได้ออกไปไหน งั้นผมสันนิษฐานว่าเขามีความเป็นไปได้ที่จะโดยยาพิษตอนอยู่ในบ้านมากกว่าครับ!”
“แต่ เป็นไปได้มากว่าโดนพิษจากอาหารหรือเครื่องดื่ม”
“ถ้าคุณสะดวกล่ะก็ ให้พวกเราไปที่บ้านของคุณรวบรวมเบาะแสหน่อยได้มั้ยครับ? ถ้าสามารถหาสารพิษเจอในบ้านของคุณ งั้นก็มีวิธีย้อนถึงต้นกำเนิดได้แล้วครับ!”
“หลังจากที่เจ้าหน้าที่สืบสวนคดีอาชญากรรมมืออาชีพเข้าไปสืบค้นแล้ว บางทีอาจจะพบเจอสิ่งที่มีค่ากว่า”
เมื่อหวังตงเสวี่ยนได้ยินดังนี้ แทบจะกล่าวอย่างไม่ลังเลว่า “ไม่มีปัญหาค่ะ!ได้ตลอดเวลาค่ะ คุณสะดวกเมื่อไหร่คะ?”
ซุนเหวินปินกล่าวทันใดว่า “เรื่องเร่งด่วน ถ้าเป็นไปได้ล่ะก็ เราไปกันตอนนี้เลยครับ!”
หวังคงเสวี่ยนรีบกล่าว “ไม่มีปัญหาค่ะ!งั้นฉันจะพาคนไปสองสามคนตอนนี้เลยค่ะ”
พูดจบ เธอหันไปมองหัวหน้าฝ่ายเฉิน กล่าวด้วยสีหน้าวิงวอนว่า “หัวหน้าฝ่ายเฉิน ช่วงหลายวันนี้อารมณ์ของแม่ฉันเคร่งเครียดมากมาโดยตลอด คุณไม่ต้องบอกเธอเรื่องนี้นะคะ”
หัวหน้าฝ่ายเฉินพยักหน้าทันทีแล้วกล่าว “ไม่มีปัญหาครับประธานหวัง คุณสบายใจได้ครับ ผมจะรักษาความลับกับแม่ของคุณอย่างเคร่งครัดครับ”
หวังตงเสวี่ยนในขณะนี้ ในใจมีแต่เรื่องที่พ่อโดนยาพิษทั้งนั้น เพราะเรื่องนี้ใหญ่มาก จนถึงขั้นสมองของเธอได้เอาเรื่องทานข้าวของเย่เฉินไว้ด้านหลัง โดยไม่รู้ตัวไปแล้ว
เธอในตอนนี้ เพียงแค่อยากรู้ชัดเจน ว่าทำไมพ่อถึงโดนยาพิษกันแน่ เป็นอุบัติเหตุ หรือมีคนปองร้ายวางยา!
...
ณ บ้านของฉินกางในขณะนี้
เวลาอาหารค่ำมาถึง หวังตงเสวี่ยนยังไม่มา ฉินกางมาที่ข้างกายเย่เฉิน ถามเสียงเบาว่า “อาจารย์เย่ครับ หวังตงเสวี่ยนรองประธานหวังยังไม่มา ท่านว่าเราจะเริ่มก่อนหรือว่ารอเธอครับ?”
เย่เฉินคิดๆ หวังตงเสวี่ยนไม่มา ต้องมีเรื่องจัดการ ถ้าตอนนี้ตัวเองโทรหาเธอ ต่อให้เดิมตนไม่ได้เร่งเธอ แต่เธอมองว่า ต้องมีความหมายของการเร่งอยู่บ้างแหละ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...