ดังนั้นเขาจึงกล่าวอย่างซาบซึ้งว่า “ขอบคุณคุณซูมาก! คุณช่างดีกับผมจริงๆ เลย!”
ซูโสว่เต๋อยิ้มเล็กน้อย และพูดกับ Steve ด้วยท่าทางสูงส่งว่า “ในหัวเซี่ย (ชื่อเรียกประเทศจีนสมัยก่อน) ตราบใดที่คุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลซู ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตามแต่ ก็สามารถรับประกันได้ถึงความมั่นคงให้คุณได้”
หลังจากพูดจบ เขาก็ถาม Steve ว่า “คุณรู้จักชื่อเพื่อนร่วมชั้นเรียนของลูกชายคุณในจินหลิงไหม? ผมจะให้คนไปตรวจสอบข้อมูลของเธอเดี๋ยวนี้เลย”
Steve รีบพูดว่า “ผมเคยได้ยินลูกชายของผมพูดถึงเรื่องนี้ ดูเหมือนจะชื่อหวังตงเสวี่ยน ว่ากันว่าผู้หญิงคนนี้มีความสามารถมาก เธอเป็นประธานของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่มากในเมืองจินหลิง”
ซูโสว่เต๋อมองไปที่ผู้ช่วยของเขา และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ให้เวลาคุณห้านาทีในการตรวจสอบ ดูว่าหวังตงเสวี่ยนคนนี้มีที่มาอย่างไร!”
“ครับเถ้าแก่!”
ห้านาทีต่อมา
ทันทีที่ซูโสว่เต๋อก้าวเข้าไปในห้องชุดระดับประธานาธิบดี ผู้ช่วยของเขาก็รีบวิ่งเข้ามา และเอ่ยปากพูดว่า “เถ้าแก่ ผมได้ตรวจสอบออกมาแล้ว หวังตงเสวี่ยนคนนั้นเป็นรองประธานของตี้เหากรุ๊ปในเมืองจินหลิง มีชื่อเสียงอย่างมากในเมืองจินหลิง และเป็นผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง”
ซูโสว่เต๋อพยักหน้า และออกคำสั่งว่า “ก่อนเทียงคืนในวันนี้ นำหวังตงเสวี่ยนคนนี้มาพบผม ผมมีเรื่องจะต้องถามต่อหน้าเธอ”
ผู้ช่วยรีบพูดว่า “เถ้าแก่ หวังตงเสวี่ยนบินไปฮ่องกงตอนเมื่อเช้านี้แล้ว พวกเขามีความร่วมมือด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่ในฮ่องกง”
“ไปฮ่องกงแล้วเหรอ?” ซูโสว่เต๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนแรกก็สงสัยอยู่บ้าง แต่ก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่า ที่ตัวเองมาที่นี่ในวันนี้ก็เป็นการตัดสินใจอย่างกะทันหัน ดูเหมือนว่าบุคคลนี้ไม่ได้หนีไปจากเมืองจินหลิงโดยเจตนา บอกได้เพียงเป็นเรื่องที่บังเอิญเท่านั้น
ดังนั้นเขาจึงพยักหน้า และกล่าวว่า “งั้นคุณก็จับตาดูการเคลื่อนไหวทางสนามบินให้ดี ทันทีที่หวังตงเสวี่ยนกลับมาที่เมืองจินหลิง แจ้งให้ผมทราบโดยเร็วที่สุด”
หลังจากพูดจบ ซูโสว่เต๋อก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ถึงเวลานั้นคุณก็ทำโดยไม่รู้ตัว และไม่ทิ้งหลักฐานใดๆ ไว้ ตระกูลเย่ก็ไม่สามารถมาหาเรื่องของพวกเราได้”
“ครับ เถ้าแก่ ผมเข้าใจแล้ว!”
ซูโสว่เต๋อลดเสียงของเขาลง และออกคำสั่งต่อไปว่า “ตอนนี้ก็เลือกผู้ยอดฝีมือสิบคน ไปตรวจสอบร่องรอยของตู้ไห่ชิงและซูจือหยูในโรงพยาบาลใหญ่ทุกแห่งของในเมืองภายในปีนี้ ผมคิดว่าถ้าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ เปอร์เซ็นต์ที่จะเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลบางแห่งอย่างลับๆ สูงมาก คุณนำคนไปค้นหาพวกเขาออกกมา ผมจะมีรางวัลให้อย่างแน่นอน!”
ผู้ช่วยรีบถามเขาว่า “เถ้าแก่ หลังจากพบแล้วต้องทำอย่างไร?”
ซูโสว่เต๋อยิ้มอย่างเย็นชา “ฉีดไรซินเล็กน้อยให้แม่ลูกทั้งคู่ และใช้ปริมาณที่ร้ายแรงถึงสิบเท่า เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่สามารถหนีความตายไปได้ไม่ว่าดวงของพวกเขาจะแข็งมากแค่ไหนก็ตาม!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...