ซูจือเฟยแอบรักกู้ชิวอี๋มาหลายปี แต่บอกเรื่องนี้ให้แค่ซูจือหยูน้องสาวเท่านั้น
เหตุผลที่เขาไม่กล้าพูดออกมา ก็เป็นเพราะว่าเขารู้ว่า ตระกูลซูไม่อนุญาตให้เขาคบกับกู้ชิวอี๋
คุณท่านใหญ่ซูหยิ่งยโสมาแต่ไหนแต่ไร ดูถูกตระกูลเหล่านี้ของในประเทศด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ยังปรารถนาสามารถที่จะมีความก้าวหน้าอย่างใหญ่และสำคัญในตลาดต่างประเทศมาโดยตลอด
ดังนั้น เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ซูจือเฟยในฐานะหลานชายคนโตของตระกูล สามารถที่จะแต่งงานกับลูกคุณหนูของตระกูลชั้นนำของยุโรปและอเมริกา หรือว่าเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ยุโรป
แบบนี้ ตระกูลซูถึงสามารถที่จะดำเนินแลกเปลี่ยนทรัพยากรกันกับอีฝ่ายได้
ไม่อย่างนั้น ถ้าหากเป็นเพียงในประเทศ ถ้าแต่งงานกับตระกูลที่ความแข็งแกร่งโดยรวมอ่อนแอกว่าตระกูลซู นั่นก็แสดงให้เห็นว่าก็จะทำให้คนอื่นมาเอารัดเอาเปรียบตระกูลซู
ด้วยเหตุนี้ ซูจือเฟยถึงได้ไม่กล้าเปิดเผยข้อมูลอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม เขาฝันก็ยังคาดไม่ถึงว่า คุณปู่ที่เงื่อนไขสูงมากกลับเป็นคนสนับสนุนให้ตัวเองไปตามจีบกู้ชิวอี๋ สิ่งนี้สำหรับเขา นี่เป็นข่าวดีมาก
แต่ทว่า ซูจือเฟยไม่รู้ว่า คุณท่านใหญ่ซูก็วิเคราะห์จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา จากการกระทำที่เขาเป็นสปอนเซอร์คอนเสิร์ตของกู้ชิวอี๋ออกมาได้อย่างง่ายดาย
ตอนนี้พูดแบบนี้ ก็แค่สนองตามความต้องการของอีกฝ่ายเท่านั้น
ซูเฉิงเฟิงเข้าใจหลักการอย่างหนึ่งอย่างลึกซึ้ง หลักการนี้มีเพียงหกคำ:ความปรารถนาขับเคลื่อนทุกสิ่ง
ต้องการใช้ประโยชน์จากคนคนหนึ่งให้ดีที่สุด นั่นก็คือต้องเข้าใจความปรารถนาของเขาอย่างลึกซึ้งว่าอยู่ที่ไหนกันแน่
ซูเฉิงเฟิงเข้าใจความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ซูจือเฟยมีอยู่ ดังนั้น เขาถึงได้สนองตามความต้องการของอีกฝ่าย สนับสนุนให้เขาไปตามจีบกู้ชิวอี๋ และผูกมัดเขาไว้ในค่ายของตัวเองในครั้งเดียวเสร็จ
ซูจือเฟยเอ่ยปากพูดในเวลานี้ว่า: “คุณปู่ ในเมื่อปู่สนับสนุน งั้นผมจะพยายามตามจีบกู้ชิวอี๋อย่างแน่นอน ตราบใดที่เธอยอมคบกับผม ผมเชื่อว่าพ่อของเธอก็ไม่สามารถที่จะห้ามพวกเราคบกันได้”
“ใช่”ซูเฉิงเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม : “แกก็วางใจไปตามจีบอย่างกล้าหาญ ปู่สนับสนุนหนึ่งร้อยหนึ่งพันเท่า!”
จากนั้น เขาก็พูดอย่างจริงจังมาก: “ถ้าหากกู้ชิวอี๋ไม่ยอมยกโทษเรื่องของ‘พันธมิตรต่อต้านตระกูลเย่’ปีนั้นให้กับพวกเราตระกูลซูได้ งั้นก็ให้พ่อของแกไปหาถึงที่แล้วยอมรับความผิดก่อน”
“ถ้ายังไม่ได้อีก งั้นคนแก่อย่างฉันก็จะไปขอโทษเขาด้วยตัวเอง! เพื่อความสุขตลอดชีวิตของหลานชายฉัน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย?”
ท่าทีของซูเฉิงเฟิง ทำให้ซูเฉิงเฟิงซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง
เมื่อเปรียบเทียบกับบุคลิกที่คำไหนคำนั้นไม่ต้องสงสัยเลยของคุณปู่ก่อนหน้านี้ เปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินจริงๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...