คำพูดของเฉินจื๋อข่าย ทำให้เย่เฉินรู้สึกสองจิตสองใจ
ตอนนี้เขายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะพบซูจือหยูกับตู้ไห่ชิงดีหรือเปล่า
หลักๆ แล้วเขายังคิดไม่ออก ว่าควรใช้ท่าทีอย่างไร ไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่เป็นผู้หญิง อีกทั้งเธอยังเป็นคนที่รักพ่อของเขามากด้วย
แต่เขารู้ดีแก่ใจ
เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงก็ต้องเผชิญหน้ากับสองแม่ลูกนั่น ไม่ช้าก็เร็ว
ดังนั้น เขายังไม่แน่ใจว่าตอนนี้คือโอกาสที่เหมาะสม ในการเจอพวกเธอหรือเปล่า
ขณะนั้นเฉินจื๋อข่าย ดูออกว่าเย่เฉินลังเล เขารีบพูดกล่อมทันที “คุณชาย พูดจากใจเลยนะครับ ไม่ช้าก็เร็ว ยังไงก็ต้องเจอกัน สู้เจอกันให้จบๆ ไปไม่ดีกว่าเหรอครับ”
เขาพูดอีกว่า “คุณดูสิ ตอนนี้เหมือนคุณหนูซู โดนเรากักบริเวณอยู่ที่นี่ ถ้าคุณไม่เจอหน้าเธอ ผมกลัวว่าเธอจะคิดต่างๆ นานา นี่มันเหมือนการทรมานเธอเลยนะครับ สู้คุณเจอหน้าเธอ เธอจะได้สบายใจ ต่อไปจะได้อยู่ที่นี่ต่ออย่างว่าง่าย”
เย่เฉินพูดเนิบๆ “ต้องเจอหน้าอยู่แล้ว แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”
เฉินจื๋อข่ายรีบถาม “คุณชายกำลังรอจังหวะอะไรอยู่หรือเปล่า”
“จังหวะเหรอ” เย่เฉินส่ายหน้า “ฉันกำลังรอซูโสว่เต้า”
เฉินจื๋อข่ายอุทานออกมา “คุณชาย คุณ......คุณรอซูโสว่เต้าเหรอครับ”
“ถูกต้อง” เย่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันรอเขามาเมืองจินหลิง ถ้าเขาไม่มา ฉันจะไป ‘เชิญ’ เขามาด้วยตัวเอง!”
“วันที่ซูโสว่เต้ามาเมืองจินหลิง ฉันจะพาเขาไปเจอซูจือหยูกับตู้ไห่ชิง!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เย่เฉินลุกขึ้นยืน เขาพูดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “หลังจากซูโสว่เต้ามาเมืองจินหลิง ฉันจะพาเขาไปคุกเข่าหน้าหลุมศพของพ่อแม่ฉันด้วยตัวเอง!”
เย่เฉินเป็นคนที่ไม่ควรไปหาเรื่อง ไม่ต้องพูดถึงเบื้องหลังของเย่เฉิน เอาแค่ความสามารถ เขาก็ไม่กล้าล่วงเกินเย่เฉินแล้ว
จัดการราชาบู๊ทั้งแปดของตระกูลอู๋ ด้วยตัวคนเดียว ถ้าขืนไปหาเรื่องเย่เฉิน ไม่แน่เย่เฉินอาจจะทำลายตระกูลอู๋ทั้งตระกูลเลยก็ได้
แต่เขาก็ไม่กล้าล่วงเกินซูเฉิงเฟิงเหมือนกัน
ซูเฉิงเฟิงเป็นใครน่ะเหรอ เป็นผู้รับผิดชอบตระกูลอันดับหนึ่งของประเทศ เรียกได้ว่าเขาเป็นคนที่มีกำลังทางด้านการเงินแข็งแกร่งมาก ขืนไปหาเรื่องเขา คงมีจุดจบไม่สวยแน่
ดังนั้นอู๋ตงไห่จึงอดกลัวและกังวลไม่ได้
แต่ในใจเขารู้ดี ไม่ว่ายังไง คนที่ไม่ควรล่วงเกินที่สุด คือเย่เฉิน
ในเมื่อเย่เฉินให้เขามาสืบ เขาจึงต้องฝืนทำ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...