คาวาน่า เรย์พูดว่า “ซูโสว่เต้าพูดแบบนี้จริงๆ ค่ะ แถมยังยกตัวอย่างคร่าวๆ มีโอกาสที่จะเจรจากันได้ ฉันคิดว่าถ้าเจรจาถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ตระกูลซูก็ไม่น่าขัดข้องอะไร”
อิโตะ นานาโกะเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดว่า “คาวาน่า เรื่องนี้ไม่ต้องตอบเขาก่อน ฉันรู้สึกว่าตระกูลซูขาดขีดจำกัดทางศีลธรรมขั้นพื้นฐาน ในการทำเรื่องต่างๆ จึงจำเป็นต้องทำเช่นนี้ อย่าทำธุรกิจกับคนพวกนี้เลย”
“ค่ะ!” คาวาน่า เรย์ไม่ได้พูดเกลี้ยกล่อม และรีบตอบว่า “งั้นฉันไม่สนใจเขาก่อนแล้วกัน”
เมื่อวางสาย นางาฮิโกะ อิโตะจึงถามว่า “ทำไม ตระกูลซูจะเจรจาทำธุรกิจกับเราเหรอ”
“ใช่ค่ะท่านพ่อ” เมื่ออิโตะ นานาโกะคุยเรื่องสำคัญ เธอเป็นเหมือนผู้ใต้บังคับบัญชา ของนางาฮิโกะ อิโตะ จากนั้นจึงพูดอย่างสุภาพ “ใบรับรองการขนส่งของตระกูลซูถูกยกเลิก จึงอยากเจรจาธุรกิจกับเรา เพื่อหาวิธีแก้ไขค่ะ”
พูดจบ เธอจึงเล่าเงื่อนไขที่ตระกูลซูเสนอให้พ่อฟัง
เอมิ อิโตะที่นั่งข้างคนขับถึงกับตกใจ “ถ้าทำให้ตระกูลซูให้กำไร 30 เปอร์เซ็นต์จริงๆ งั้นก็เท่ากับเราได้เงินที่เป็นรายได้นอกจำนวนมหาศาลเลยนะ!”
นางาฮิโกะ อิโตะส่ายหน้า แล้วพูดเนิบๆ “ธาตุแท้ของตระกูลซู เป็นตระกูลที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวมาก ในความคิดของพวกเขา มีแค่เขาได้เงินจากคนอื่น คนอื่นไม่มีทางได้เงินเขา ตอนนี้พวกเขายอมให้กำไรเยอะขนาดนี้ แสดงว่าเขาเจอปัญหาใหญ่ ถ้าเราช่วยพวกเขาผ่านพ้นความยากลำบาก พวกเขาจึงเบี่ยงเบนความสนใจไปที่กำไรนั่น ตอนนั้นพวกเขาต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อเอาเงินกลับไปทั้งต้นทั้งดอกแน่นอน”
“ใช่ค่ะ” อิโตะ นานาโกะพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันคิดเหมือนกับท่านพ่อ ตระกูลแบบตระกูลซู เราต้องเคารพยำเกรง แต่ไม่ขอสนิทชิดใกล้!”
…
ซูเฉิงเฟิงส่ายหน้า “เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องคิด ถ้าอิโตะ นานาโกะสนใจจริงๆ เธอต้องติดต่อเราทันที เพื่อสอบถามรายละเอียดของธุรกิจ ถ้าเธอไม่สนใจ ก็เป็นเหมือนตอนนี้ไง เงียบหาย โดยไม่มีข่าวคราวใดๆ”
ซูโสว่เต้ารีบพูดว่า “หรือพวกเธอจงใจไม่สนใจเรา จากนั้นค่อยใช้โอกาส เรียกข้อเสนอจากเราเยอะๆ”
“ไม่น่าจะเป็นไปได้” ซูเฉิงเฟิงพูดอย่างเย็นชา “ถึงหลอกให้ตายใจก่อนแล้วจึงจัดการ แต่ยังไงก็ควรแสดงท่าทียอมรับออกมาก่อน สร้างช่องทางการสื่อสารที่ราบรื่นระหว่างกันก่อน การที่เงียบหายไปแบบนี้ โอกาสที่จะเป็นไปได้คืออีกฝ่ายไม่สนใจ”
ขณะพูด พ่อบ้านซูอานสุ้นเดินเข้ามา พูดเสียงเบา “คุณท่าน อีกหนึ่งชั่วโมง เครื่องบินของคุณท่านไหม้ จะถึงซูหางครับ”
“หา?” ซูเฉิงเฟิงดีใจมาก เขาพูดโพล่งออกมาว่า “รีบบอกที่ห้องครัว ให้เตรียมเมนูอาหาร จัดงานต้อนรับคุณท่านไหม้ อีกอย่างหนึ่ง รีบไปติดต่ออู๋ตงไห่ บอกให้เขารีบมา!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...