พูดจบ เขาจึงหันหลังเดินออกจากห้องรับรอง
อู๋ตงไห่นั่งบนโซฟาอย่างไม่เป็นสุข เขาโมโหในใจ และสบถว่า “ให้ตายเถอะ แค่สุนัขตัวหนึ่ง กล้าอวดดีกับฉันขนาดนี้ พูดจาหยิ่งผยองตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่เทน้ำให้ฉันสักแก้ว ไอ้เลวเอ๊ย!”
หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง
ขบวนรถยนต์โรลส์-รอยซ์ ขับเข้ามาในคฤหาสน์ริมน้ำอย่างสง่างาม
ซูเฉิงเฟิง ซูโสว่เต้า รวมไปถึงซูอานสุ้น ยืนรออยู่หน้าประตูบ้าน เมื่อขบวนรถหยุดลง ซูโสว่เต้าก้าวมาข้างหน้า และเปิดประตูหลังของรถยนต์โรลส์-รอยส์
ภายในรถ มีชายชราสวมเสื้อคอจีนสีดำปักลาย ผมสีดอกเลาทั้งหัว
ดูเหมือนอายุ 80 กว่าปีแล้ว แต่ทว่ายังแข็งแร่งมาก ดูไม่แก่งอมสักนิด
คนอายุ 50 กว่าปีอย่างซูโสว่เต้า มองชายชราตรงหน้า จากนั้นจึงพูดอย่างนอบน้อม “สวัสดีครับปู่ไหม้! ไม่เจอกันหลายปีเลยนะครับ!”
ชายชรายิ้มบางๆ เขาใช้มือจับหนวด และพูดอย่างมีความสุข “นายคือโสว่เต้าใช่ไหม ครั้งก่อนที่เจอยังหนุ่มอยู่เลย ตอนนี้คงอายุ 40 แล้วสินะ”
ซูโสว่เต้าพูดอย่างนอบน้อม “ปู่ไหม้ ตอนนี้ผมผ่านอะไรมาครึ่งชีวิตแล้ว ไม่เหมือนคนอายุเกือบร้อยอย่างคุณ แต่ยังดูแข็งแรงอยู่เลย!”
ชายชราหัวเราะ “มีเรี่ยวมีแรงที่ไหนกัน ดินใกล้จะกลบหน้าฉันแล้ว อีกไม่นานคงกลบจนมิดหัว”
ซูเฉิงเฟิงรีบพูดขึ้นมาว่า “โสว่เต้า รีบเชิญปู่ไหม้ลงมาเร็ว อย่าให้ปู่ไหม้นั่งในรถนานๆ ไม่ดีต่อร่างกาย!”
ซูโสว่เต้าตั้งสติได้ เขารีบยื่นมือออกไป และพูดว่า “เชิญครับปู่ไหม้!”
ชายชราคนนี้ คือไหม้เฉิงซิน ผู้สืบทอดรุ่นที่ 31 ของตระกูลไหม้
“ไมค์เหรอ” ซูโสว่เต้าหลุดปากถามออกไป “เป็นชื่อภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษครับ”
ชายหนุ่มหัวเราะ “ลุงซู ไหม้เค่อคือชื่อภาษาจีนของผม แต่ชื่อภาษาอังกฤษของผมก็คือ Mike เหมือนกันครับ เมื่อทับศัพท์ออกมาจึงเป็นตัวอักษรจีนสองตัว”
ไหม้เฉิงซินหัวเราะ “พวกวัยรุ่นชอบตามเทรนด์ ตอนพ่อของไหม้เค่อตั้งชื่อให้เขา เลยตั้งใจตั้งชื่อที่รวมกันระหว่างจีนและตะวันตก”
ซูเฉิงเฟิงรีบพูดว่า “ชื่อนี้น่าสนใจมาก อีกทั้งยังแซ่ไหม้พอดีด้วย คำหนึ่งสื่อได้สองความหมาย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ยอดเยี่ยมมาก!”
ไหม้เฉิงซินโบกมือไปมา “เฉิงเฟิง นายไม่ต้องมาพูดโม้แทนพ่อเขา ชื่อไหม้เค่อเป็นชื่อที่ซุกซนและตลก ไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไรหรอก”
ซูเฉิงเฟิงหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน จากนั้นจึงพูดว่า “ลุง ผมไม่ได้มีความสามารถด้านวัฒนธรรมเหมือนคุณ ชื่อนี้สุดยอดจริงๆ!”
ไหม้เฉิงซินตบไหล่ของเขา จากนั้นจึงหัวเราะ และพูดว่า “พอแล้ว เราไปนั่งคุยเรื่องตระกูลซูของนายกันดีกว่า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...