ซูเฉิงเฟิงเชิญไหม้เฉิงซินมานั่งที่โซฟาอย่างนอบน้อม หลังจากนั่งลง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นจึงพูดอย่างเจ็บปวด “เฮ้อ! ลุง ครั้งนี้คุณต้องช่วยผมนะ!”
ไหม้เฉิงซินพยักหน้า และพูดอย่างจริงจัง “ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ฉันต้องทำสุดความสามารถ เพราะฉะนั้นนายต้องเล่าทุกอย่างให้ฉันฟัง”
ซูเฉิงเฟิงรับปาก จากนั้นจึงพูดอย่างทอดถอนใจ “ยังไงแล้ว ก็เป็นความผิดของคนแก่หน้ามืดตามัวอย่างผม ตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล...”
พูดพลาง ซูเฉิงเฟิงก็เล่าเรื่องที่สองพี่น้องซูจือเฟยกับซูจือหยู ถูกลักพาตัวที่ญี่ปุ่น จนกระทั่งเรื่องที่ซูรั่วหลีทำลายตระกูลมัตสีโมโตะทั้งตระกูล จนถึงเรื่องที่เขาหักหลังซูรั่วหลี เรื่องลอบฆ่าตู้ไห่ชิง ให้ไหม้เฉิงซินฟัง
เมื่อฟังจบ เขาถามอย่างกังวล “ลุง คุณว่าครั้งนี้ ผมจะโดนกรรมตามสนองหรือเปล่า”
ไหม้เฉิงซินโบกมือไปมา จากนั้นจึงพูดอย่างจริงจัง “เฉิงเฟิง นายเป็นลูกของเพื่อนฉัน ก็เท่ากับเป็นหลานของฉัน งั้นฉันไม่พูดอะไรลึกลับพวกนั้นแล้ว นายจำเอาไว้ บนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะด้านฮวงจุ้ย หรือด้านวิทยาศาสตร์ ไม่มีอะไรที่เรียกว่ากรรมตามสนอง”
ซูเฉิงเฟิงถามอย่างตกใจ “ทำไมล่ะครับ คุณนับถือลัทธิเต๋าอะไรพวกนี้ ต้องมีพวกกรรมตามสนอง การแก้แค้นอะไรพวกนี้ไม่ใช่เหรอ”
ไหม้เฉิงซินส่ายหน้า “ที่นายพูดคือพุทธศาสนา อีกอย่างพวกที่ร่ำเรียนด้านซวนซวน ฮวงจุ้ย ไม่จำเป็นต้องนับถือลัทธิเต๋า พวกเราคืออี้จิงปากั้ว ฉีเหมินตุ้นเจี่ย”
ซูเฉิงเฟิงรีบถามต่อ “แล้วที่คุณพูดว่าไม่มีกรรมตามสนอง คือเรื่องจริงไหม”
ไหม้เฉิงซินหัวเราะและพูดว่า “จากความคิดของฉัน มันคือความจริง แต่ถ้านายยังไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ฉันจะให้นายได้รู้จักซวนซวนและฮวงจุ้ย ถือว่าเป็นการศึกษาแล้วกัน”
ซูเฉิงเฟิงรีบพูดว่า “เชิญคุณพูดมาเลยครับ”
“ตอนนั้น ฉันอยู่ที่ซอยเม่าเอ๋อร์ มีสตรีคนหนึ่งเป็นเพื่อนบ้าน เธอกินเจ สวดมนต์ทุกวัน ยึดมั่นในหนทางการทำความดี”
“สามีของเธอด่วนจากไปเสียก่อน เธอต้องเลี้ยงลูกชายสามคนให้เติบโต และก่อร่างสร้างตัวมาอย่างยากลำบาก แต่เมื่อเธอแก่ตัวลง ลูกชายทั้งสามคน กลับไม่มีใครเลี้ยงดูเธอสักคน”
“ลูกสะใภ้ทั้งสามคน ต่างผลัดเปลี่ยนกันมาด่าทอถึงบ้าน เพื่อต้องการแย่งชิงทรัพย์สินของครอบครัว ทุกครั้งที่มา จะต้องฉกฉวยของบริโภคไปเล็กๆ น้อยๆ ขนาดกะละมังเก็บน้ำ ก็ยังทุบให้แตก ถึงจะพอใจ คงรอให้เธอตายเร็วๆ จะได้ครอบครองบ้านแบบโบราณ”
“ถึงลูกชายทั้งสามจะไม่ทำร้ายเธอ แต่จะพูดเสียดสีเธอทุกครั้งที่มา ถึงขนาดที่ข้างบ้านมีขบวนแห่ศพ ลูกชายเธอชี้หน้าและก่นด่าเธอ ว่าทำไมไม่เป็นเหมือนคนแก่ข้างบ้าน ไม่ตายๆ ไปซะ”
“หญิงชราไม่เพียงแต่จะกินไม่อิ่ม ยังต้องเหน็บหนาว น้ำตานองหน้าทุกวัน ถึงจะไม่ได้ร้องไห้จนตาบอด แต่การมองเห็นของเธอเสื่อมลงทุกวัน บวกกับตะเกียงที่จุดไม่ติด เมื่อตะวันลับขอบฟ้า จะตกอยู่ในความมืดมิด และใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...