“ได้ยังไงกันล่ะ!” เซียวฉางควนพูดด้วยสีหน้าสะเทือนใจ “เรื่องวันนั้น ถึงตายฉันก็ไม่ลืม หลายปีมานี้ ฉันอยากพูดกับเธอตลอด แต่ไม่มีโอกาส ไม่ง่ายเลยกว่าจะหาโอกาสครั้งนี้ได้ เธอยังไม่ให้ฉันพูด...”
หานเหม่ยฉิงพูดอย่างเหนื่อยใจ “ฉันไม่ได้ห้ามนายพูด...ฉันแค่...ฉันแค่...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หานเหม่ยฉิงไม่รู้จะพูดเรื่องนี้ต่อไปยังไง เธอทำได้เพียงถอนหายใจ แล้วพูดว่า “เฮ้อ ฉันแค่รู้สึกว่า ดึกขนาดนี้นายยังมาหาฉัน ถ้าหม่าหลันรู้ ต้องโกรธแน่นอน นายรีบกลับไปเถอะ หม่าหลันจะได้ไม่โกรธ”
เมื่อเซียวฉางควนได้ยินเธอพูดถึงหม่าหลัน เขาส่งเสียงหึ แล้วพูดว่า “เหม่ยฉิง เธออย่าพูดถึงผู้หญิงปากร้ายคนนั้น ต่อหน้าฉัน ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนั้น เราสองคนคงไม่กลายเป็นแบบนี้หรอก เราอาจแต่งงานกันและมีลูกไปสองสามคนแล้ว!”
หานเหม่ยฉิงหัวเราะอย่างเหนื่อยใจ และพูดอย่างจริงจังว่า “เรื่องบางเรื่องคือโชคชะตา ไม่จำเป็นต้องโทษหม่าหลัน...”
“ต้องโทษหม่าหลันสิ!” เซียวฉางควนพูดอย่างโมโห “หลายปีมานี้ แค่ฉันคิดถึงเธอ ฉันก็เกลียดหม่าหลันจนเข้ากระดูก!”
พูดจบ เซียวฉางควนโบกมือไปมา แล้วพูดว่า “พอเถอะ เราไม่ต้องพูดถึงผู้หญิงคนนั้นแล้ว พูดแล้วหงุดหงิด!”
หานเหม่ยฉิงตอบรับ จากนั้นจึงพูดว่า “ฉันว่านอนพักสักหน่อย คงจะหาย ถ้านายมีอะไรต้องทำ ก็กลับไปได้นะ จะได้ไม่เกิดปัญหา”
เซียวฉางควนคิดไม่ถึง เขาเพิ่งมาถึงบ้านหานเหม่ยฉิง เธอก็อยากให้เขากลับบ้านเต็มที
นี่ทำให้เซียวฉางควนเจ็บปวดใจ
แต่ทว่าเขาโยนความผิดนี้ให้หม่าหลัน และคิดในใจว่า “เหม่ยฉิงอยากให้ฉันกลับบ้าน ไม่ใช่เพราะเธอไม่สนใจฉัน แต่เพราะกลัวหม่าหลัน ผู้หญิงปากร้ายคนนั้นต่างหาก! ผู้หญิงเลวอย่างหม่าหลัน เป็นเงาตามตัวตลอดเวลาจริงๆ!”
เซียวฉางควนพูดอย่างดีใจ “ลดลงไป 0.2 องศา ถึงจะลดลงไม่มาก แต่อย่างน้อยก็เริ่มลดลงแล้ว เธอนั่งทานอะไรสักหน่อย แล้วค่อยพักผ่อน คงน่าจะดีขึ้น เดี๋ยวฉันช่วยประคองขึ้นไปข้างบน!”
หานเหม่ยฉิงรีบพูดว่า “ไม่ต้องไปนั่งกินบนเตียงหรอก ฉันกินตรงนี้แหละ”
เมื่อเซียวฉางควนได้ยิน เขารีบโบกมือพัลวัน “ได้ยังไงกัน! เธอไม่สบายไม่ใช่เหรอ นั่งตรงนี้นานๆ ทรมานเปล่าๆ เดี๋ยวฉันประคองเอง เดี๋ยวนั่งบนเตียง เอาหมอนดันหลังเธอไว้ จะได้รู้สึกสบาย กินอะไรก็ไม่ทรมาน ฉันป้อนเอง!”
หานเหม่ยฉิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเซียวฉางควนยังแน่วแน่ เธอทำได้เพียงพยักหน้า “’งั้น...งั้นก็ได้...นายประคองฉันไปที่ลิฟต์...”
เซียวฉางควนดีใจมาก เขาอดคิดในใจไม่ได้ว่า “ฮ่าๆ โอกาสมาถึงแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...