เมื่อเห็นว่าหานเหม่ยฉิงยอมให้ตัวเองพาไปที่ห้องนอน เซียวฉางควนดีใจเหมือนดอกไม้กำลังเบ่งบาน
ตั้งแต่หานเหม่ยฉิงกลับมา เซียวฉางควนรอคอยที่จะหวนคิดถึงอดีตที่หวานชื่น กับเธอมาตลอด ในที่สุดวันนี้ก็เริ่มมีสัญญาณแล้ว
โดยปกติหานเหม่ยฉิง เป็นคนสง่างาม และเป็นคนที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร จะใกล้ชิดผู้หญิงแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่เซียวฉางควนรู้ดี ผู้หญิงจิตใจแข็งแกร่งสักแค่ไหน เมื่อป่วยขึ้นมา ก็จะกลายเป็นสาวงาม ที่ต้องการการปกป้องจากผู้ชาย
ในช่วงเวลาแบบนี้ถึงผู้หญิงจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ต้องถอดเกราะป้องกันตัวเองออกอยู่ดี
เซียวฉางควนประคองหานเหม่ยฉิง เข้ามาในลิฟต์ของคฤหาสน์อย่างใส่ใจ จนมาถึงชั้นสาม
หลังจากหานเหม่ยฉิงบอกให้เซียวฉางควน พาเธอมาในห้องนอน เซียวฉางควนช่วยเธอให้นั่งพิงหัวเตียง
เขาเอาหมอนดันหลังให้เธออย่างใส่ใจ ให้เธอได้พิงหมอนนุ่มๆ ตรงหัวเตียงอย่างสบาย
เมื่อหานเหม่ยฉิงเอนตัวลง เธอพูดกับเซียวฉางควนอย่างอ่อนแรง “ฉางควน ฉันยังหนาวมาก นายช่วยห่มผ้าให้ฉันหน่อยสิ”
เซียวฉางควนพูดอย่างจริงจัง “เหม่ยฉิง ตอนนี้เธอไข้สูง ถ้าเอาแต่ห่มผ้าจะไม่ดีนะ ร่างกายจะไม่สามารถระบายความร้อนออกมาได้ ไม่งั้นอุณหภูมิในร่างกายของเธอจะสูงขึ้นได้”
หานเหม่ยฉิงพยักหน้า เธอพูดอย่างเหนื่อยใจ “แต่ตอนนี้ฉันหนาวมากจริงๆ หนาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ตัวสั่นตลอดเวลา นายช่วยห่มผ้าให้ฉันหน่อยสิ...”
เซียวฉางควนถอนหายใจ แล้วพูดว่า “เอางี้ ฉันห่มผ้าให้เธอ จะได้อุ่นๆ ฉันจะไปเตรียมน้ำอุ่นให้เธอในห้องน้ำ แล้วจะมาป้อนข้าวเธอ อีกเดี๋ยวเธอจะได้ไปแช่น้ำในอ่าง”
เมื่อพูดจบ เซียวฉางควนรีบเข้าไปในห้องน้ำ เปิดวาล์วผสมระหว่างน้ำร้อนและน้ำเย็น ที่อ่างอาบน้ำ เขาลองสัมผัสอุณหภูมิน้ำ เมื่อไม่มีปัญหา จึงรีบออกมาข้างนอก เขาพูดกับหานเหม่ยฉิงที่อยู่บนเตียงว่า “เหม่ยฉิง เดี๋ยวฉันป้อนข้าวเธอก่อน กินอะไรสักหน่อย จะได้มีภูมิต้านทาน!”
หานเหม่ยฉิงพยักหน้าอย่างอ่อนล้า “ฉันเป็นไข้ เหมือนไม่ค่อยอยากอาหาร นายป้อนโจ๊กข้าวฟ่างให้ฉันก็พอแล้ว”
“ได้!” เซียวฉางควนรีบพูดว่า “โจ๊กอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ในเวลาแบบนี้ สามารถบำรุงร่างกายได้ อีกอย่างมันดีต่อกระเพาะด้วย เหมาะสำหรับคนป่วย เธอรู้ไหมกว่าจะได้โจ๊กข้าวฟ่างถ้วยนี้มา ฉันไปร้านอาหารตั้งหลายร้าน”
หานเหม่ยฉิงพูดอย่างซาบซึ้ง “ฉันทำให้นายหนักใจแล้ว...”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร!” เซียวฉางควนรีบเปิดฝาชามโจ๊กข้าวฟ่าง และหยิบช้อนที่ทางร้านให้มา เขาตักขึ้นมา และชิมเล็กน้อย “อืม กำลังพอดี เหม่ยฉิง กินตอนอุ่นๆ จะได้ทานเยอะๆ!”
พูดพลาง เขาก็ตักโจ๊กขึ้นมา และยื่นไปตรงปากหานเหม่ยฉิง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...