เขาเรียกหานเหม่ยฉิง แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ เซียวฉางควนตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
ตอนนี้หานเหม่ยฉิงลงจากเตียง และกำลังยืนข้างเตียง
เธอถอดเสื้อขนเป็ดออกแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เธอสวมชุดบ้าน แต่ตอนนี้แขนเสื้อทั้งสองข้าง ถูกพับขึ้นมาเหนือข้อศอก
และหานเหม่ยฉิงในตอนนี้ ไม่มีท่าทางของคนป่วยเมื่อครู่อีกแล้ว
ตอนนี้เธอกระปรี้กระเปร่ามาก สีหน้ามีเลือดฝาด...
ที่เวอร์ไปกว่านั้น ตอนนี้หานเหม่ยฉิง กำลังใช้แรงยื่นแขนทั้งสองข้าง เหมือนเธอยังไม่สะใจ จึงกระโดดอยู่กับที่สองครั้ง
เซียวฉางควนอึ้งมาก เขาตกใจอยู่นาน จึงตั้งสติได้ เขาถามอย่างตะกุกตะกัก “เอ่อ...เหม่ยฉิง...เธอ...เธอลงจากเตียงได้ยังไง”
หานเหม่ยฉิงพูดอย่างสดชื่น “ฉางควน ฉันรู้สึกว่าตัวเองหายแล้ว! ต้องขอบคุณโจ๊กข้าวฟ่างของนาย!”
เซียวฉางควนรู้สึกว่าโลกมืดมน เขาพูดโพล่งออกมาว่า “ก็แค่โจ๊กข้าวฟ่าง จะได้ผลขนาดนี้ได้ยังไง...”
หานเหม่ยฉิงขยับร่างกาย พลางพูดว่า “แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าหายดีแล้วจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่หายดี แต่ยังรู้สึกแข็งแรงกว่าตอนที่ยังไม่ป่วยซะอีก ตอนนี้ฉันไม่รู้สึกหนาวแล้ว แถมยังร้อนมากด้วย ยิ่งไปกว่านั้นฉันรู้สึกว่ามีแรงไปทั้งตัวเลย...”
“นี่...” เซียวฉางควนแทบจะร้องไห้ออกมา เขาพูดด้วยสีหน้าหดหู่ “นี่...นี่มันเกิดอะไรขึ้น อยู่มานานขนาดนี้ ยังไม่เคยได้ยินว่าโจ๊กข้าวฟ่างจะได้ผลขนาดนี้ นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย...”
หานเหม่ยฉิงเอามือข้างหนึ่งจับเอวไว้ ยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นสูงและเหยียดไปด้านข้าง เธอพูดด้วยสีหน้าปกติ “ฉันก็รู้สึกว่าประหลาดมาก เหมือนนายเอายาวิเศษของเซียน ใส่ลงไปในโจ๊กข้าวฟ่าง...”
เซียวฉางควนถอนหายใจ “ฉัน...ฉันจะเอายาวิเศษของเซียนมาจากไหนกันล่ะ...”
พูดพลาง เขารีบถามว่า “เหม่ยฉิง งั้น...งั้นเราจะแช่น้ำไหม”
หานเหม่ยฉิงส่ายหน้า เธอพูดอย่างเร่งเร้า “ฉางควน นายจะกลับบ้านกี่โมง!”
เธอดูเวลา พลางพูดว่า “นี่ยังไม่ดึกเลย เพิ่งหนึ่งทุ่มเอง คนที่ชอบวิ่งตอนกลางคืน เริ่มวิ่งตอนนี้กันทั้งนั้นแหละ วิ่งจนถึง 3-4 ทุ่มนู่น”
เซียวฉางควนเริ่มอยากตาย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน เป็นไข้แล้วหายเร็วขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไร ปกติหลังจากผ่านอาการไข้สูง ร่างกายต้องอ่อนแอมากไม่ใช่เหรอ แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้า มันไม่สอดคล้องกับทฤษฎีเลย...”
ขณะที่เซียวฉางควนกำลังหดหู่และแปลกใจ หานเหม่ยฉิงพูดเร่งว่า “ฉางควน นายจะไปหรือเปล่า ถ้านายไม่ไป ฉันไปเอง ฉันทนไม่ไหวแล้ว!”
มีหรือที่เซียวฉางควนจะกล้าพูดว่าไม่ไป
“ถ้าไม่ไป หานเหม่ยฉิงไปวิ่ง แล้วฉันจะอยู่ในบ้านเธอได้เหรอ ถึงฉันอยู่ในบ้านเธอ ฉันอยู่คนเดียวจะทำอะไร จะให้ฉันไปแช่น้ำในอ่างอาบน้ำของเธอเหรอ ไม่ดูแปลกไปหน่อยหรือไง...”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซียวฉางควนพูดด้วยสีหน้าขัดใจ “ได้สิ ในเมื่อเธออยากวิ่ง งั้นฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอเอง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...