เมื่อเย่เฉินจบจากงานเลี้ยงตอนค่ำ ออกจากตระกูลซ่ง ซู่โสว่เต้าก็เริ่มเคลื่อนไหว เดินทางไปที่จินหลิงอย่างรวดเร็ว
เพื่อให้สามารถเข้าใกล้นางาฮิโกะ อิโตะได้โดยเร็ว เขายังส่งคนของตัวเอง ใช้ตัวตนอื่น ไปจองโรงแรมป๋ายจินฮ่านกงโดยเฉพาะ
เขารู้ดี โรงแรมป๋ายจินฮ่านกงเป็นธุรกิจของตระกูลเย่ ดังนั้นเขาจึงไม่เพียงแต่ไม่สามารถทำให้คนของตระกูลเย่รู้ข่าวตนเองเข้าพักที่โรงแรมป๋ายจินฮ่านกง กระทั่งยังไม่สามารถทำให้พวกเขารู้ว่าตนเองมาถึงจินหลิงแล้ว
จากแผนการของเขา ลูกน้องได้จองห้องพักเรียบร้อยแล้ว และหลังจากที่ทำการเช็กอินรับคีย์การ์ดมาแล้ว จะทำการเฝ้ารอบๆโรงแรมป๋ายจินฮ่านกง และเมื่อเขามาถึง เอาคีย์การ์ดให้เขาเสร็จ เขาก็จะสามารถข้ามขั้นตอนการเช็กอิน แล้วตรงเข้าห้องพักของโรงแรมได้ในทันที
แม้ว่าโรงแรมจะมีระบบแสดงตัว แต่ระบบแสดงตัวตนก็สามารถใช้ได้กับผู้ที่เปิดห้องพักเท่านั้น
อีกทั้งยิ่งเป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์ จะยิ่งให้ความสำคัญกับความรู้สึกและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ขอแค่แขกที่เข้าออกแต่งตัวอย่างเหมาะสม โดยพื้นฐานแล้วจะไม่มีพนักงานตรวจสอบตัวตนของเขา
เย่เฉินเองก็ไม่รู้ ซู่โสว่เต้ากำลังอยู่ระหว่างทางไปจินหลิง
เขาขับรถออกจากตระกูลซ่ง ระหว่างทางก็โทรศัพท์หาเซียวฉางควนผู้เป็นพ่อตา พอรับสายปุ๊บ ก็เอ่ยถามทันทีว่า“พ่อครับ ฝั่งผมเสร็จแล้วนะครับ พ่อล่ะ?ถ้าฝั่งพ่อเสร็จเหมือนกันผมจะได้เข้าไปรับครับ”
เซียวฉางควรพูดอย่างเหนื่อยหอบ“เย่เฉิน ฉะ……ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว……รีบมาช่วยฉันออกไปเถอะ……”
เย่เฉินถามอย่างแปลกใจ“พ่อครับ เป็นอะไรครับ?”
เซียวฉางควนพูดด้วยน้ำเสียงหมดอาลัยตายอยาก“อย่าพูดถึงมันเลย ฉันถูกคุณน้าหานลากออกมาวิ่ง ขาจะหักอยู่แล้วเนี่ย……”
เมื่อเย่เฉินได้ยิน เขาก็หัวเราะอย่างอดไม่ได้
ตอนนี้ เซียวฉางควนนั่งอยู่ริมถนนตรงขอบฟุตบาท เนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ
วันนี้เขาคาดคิดไม่ถึงเลย หวังจะใช้ประโยชน์จากการป่วยของหานเหม่ยฉิง เพื่อสร้างบรรยากาศสักหน่อย เพื่อหวนรำลึกเสียหน่อย แต่ใครจะไปคิดได้ว่า พอมาถึงจะถูกหานเหม่ยฉิงลากออกมาวิ่งริมแม่น้ำทั้งคืน
นอกจากนี้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของหานเหม่ยฉิงยังดีจนน่าประหลาดใจ แทบจะเป็นการวิ่งอย่างไรก็ไม่รู้สึกเหนื่อย ร่างกายสภาพกระดูกแก่ๆอย่างเขา วิ่งไปแค่ครึ่งชั่วโมงก็แทบจะตายอยู่แล้ว
เดิมทีอยากจะยอมแพ้ แต่เพราะไม่อยากให้หานเหม่ยฉิงดูถูกตัวเอง ดังนั้นเขาจึงได้เพียงแค่ยืนหยัดต่อไป แต่ถึงเขาจะพยายามอย่างสุดกำลัง ก็ยังคงรั้งท้ายหานเหม่ยฉิงอยู่ดี ดังนั้นหานเหม่ยฉิงจึงทำได้เพียงแค่สิ่งออกไปเอง หลังจากนั้นค่อยวกกลับมา วิ่งเหยาะๆกับเซียวฉางควนระยะหนึ่ง หลังจากนั้นก็วิ่งออกไปอีก สลับกันไปมา
เซียวฉางควนวิ่งไปด้วยสภาพร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
ตอนนี้เขา อย่าว่าแต่จะหาวิธีหวนเวลาอะไรกับหานเหม่ยฉิงเลย ถึงหานเหม่ยฉิงจะขอร้องด้วยตัวเอง เขาก็ไร้กำลังอยู่ดี อยากกลับไปนอนพักผ่อนเท่านั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...