บทที่ 253 เรียกปู่(1)
บริเวณโดยรอบเยาะเย้ยถากถาง
เซียวอี้เชียนคนนี้ ไร้ศักดิ์ศรีจริงๆเลย!
ช่วงเวลาแค่ครู่เดียวนี้ ก็เรียกเย่เฉินว่าพ่อสามครั้งแล้ว!
ยังประธานกรรมการเชียนเฉิงกรุ๊ปที่มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรอีก แม่งทำให้เชียงเฉินกรุ๊ปขายหน้าจริงๆ!
แต่ว่า เวลานี้เซียวอี้เชียนไหนเลยยังจะมัวห่วงหน้าตาได้อีก?
เขารู้ว่า ลูกผู้ชาย ต้องงอได้ยืดได้
คนเรามีชีวิตอยู่ อันดับแรกต้องมีชีวิตก่อน คุณถึงสามารถมีศักดิ์ศรีได้ถูกไหม?
ไม่มีชีวิตแล้ว เอาศักดิ์ศรีไปทำบ้าอะไร?
ดังนั้น เขารีบร้อนพูดกับเย่เฉินด้วยตัวเองอย่างหน้าด้านอีกครั้ง: “พ่อ ขอร้องคุณได้โปรดเข้าใจและให้อภัยด้วย ละเว้นผมครั้งนี้ด้วยเถอะ ต่อไปผมจะต้องซาบซึ้งในพระคุณ ขอบคุณพ่อไปตลอดชีวิตแน่นอน!”
เย่เฉินโบกมือ พูดด้วยรอยยิ้ม: “เมื่อกี้เรียกพ่อยังใช้การได้อยู่ แต่ตอนนี้ใช้การไม่ได้แล้ว”
เซียวอี้เชียนสะดุ้งตกใจ นึกว่าเย่เฉินจะเล่นตัวเองให้ตาย รีบร้อนร้องไห้คารวะหัวติดพื้นแล้วพูดว่า: “พ่อ ผมผิดไปแล้วจริงๆพ่อ! ขอคุณได้โปรดเห็นแก่ผมที่อายุมากแล้ว ละเว้นผมครั้งนี้ด้วยเถอะ......”
เย่เฉินมองเซียวเวยเวยที่ตกตะลึงอยู่ด้านข้างแวบหนึ่ง พูดเรียบเฉยว่า: “เซียวเวยเวย ที่พึ่งพิงของคุณก็ยังคุกเข่าลงไปแล้ว ทำไมคุณถึงยังยืนอยู่อีก?”
เซียวเวยเวยตะลึงงัน พูดด้วยความตื่นตระหนก: “หมาย......หมายความว่าอย่างไร......”
เซียวอี้เชียนรีบร้อนยื่นมือออกไป ดึงเธอลงมาบนพื้นอย่างกักขฬะ ให้เธอก็คุกเข่าต่อหน้าเย่เฉิน พูดตำหนิเสียงเบาว่า: “สมองคุณถูกหมากินแล้วเหรอ? ไม่รู้ว่าต้องคุกเข่าคุยกับพ่อผม?”
ไม่มีทางเลือก ตอนนี้เวลานี้ความต้องการที่จะมีชีวิตรอดของเซียวอี้เชียนแข็งแกร่งมากเกินไป หน้าตา ศักดิ์ศรี เกียรติยศอะไรพวกนั้น ล้วนไม่สำคัญทั้งนั้นแล้ว
เซียวเวยเวยคุกเข่าอยู่บนพื้นไม่กล้าขยับเขยื้อนและไม่กล้าพูดไปเรื่อย เซียวอี้เชียนถึงได้พูดกับเย่เฉินอีกว่า: “พ่อ ครั้งนี้คุณพอใจแล้วใช่ไหม?”
เย่เฉินส่ายหน้า: “ไม่พอใจ”
เย่เฉินขมวดคิ้ว ถามเขา: “ผมเป็นใคร?”
เซียวอี้เชียนพูดทั้งน้ำตา: “คุณเป็นปู่ผม!”
เย่เฉินถามอีกว่า: “แล้วคุณเป็นใคร?”
เซียวอี้เชียนร้องไห้ สะอึกสะอื้นพูดว่า: “ผมเป็นหลานชายคุณ......”
เย่เฉินอืมออกมาคำหนึ่ง พยักหน้า พูดว่า: “ได้ ผมอายุน้อยขนาดนี้ ก็เป็นโครตพ่อคนแล้ว ในเมื่อเป็นอย่างนี้ งั้นผมก็จะไว้ชีวิตคุณ”
ในที่สุดเซียวอี้เชียนถึงได้โล่งอกไปเปราะหนึ่ง คารวะหัวติดพื้นซ้ำๆ ลุกขึ้นจะจากไป
“รอเดี๋ยว!” เย่เฉินเรียกเขาเอาไว้: “บอกจะไปก็ไปเลย? ไม่บอกลาก่อนเหรอ?”
......

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...