ตอนนี้เย่เฉินลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว อัตราการดิ่งในหนึ่งวินาทีเกินห้าสิบเมตร
วาซิลที่อยู่บนเครื่องบิน จ้องตัวเลขที่ส่งกลับมาบนหน้าจอ เขาพูดด้วยสีหน้าซีดเผือด “อัตราการดิ่งของคุณชายเย่เร็วเกินไป...และระยะห่างของเขากับพื้นดินเหลือไม่ถึง 300 เมตร ซึ่งต่ำกว่าขีดจำกัดขั้นต่ำสำหรับการกระตุกร่ม กลัวว่าจะรอดยาก!”
เมื่อหานกวางเย่าได้ยิน เขาถึงกับสั่นไปทั้งตัว และพูดโพล่งออกมาว่า “รีบให้คุณชายกระตุกร่มเร็ว!”
วาซิลตั้งสติได้ เขาพูดเสียงดังว่า “คุณชายเย่ รีบกระตุกร่มครับ!”
ระหว่างที่พูด เย่เฉินผ่านยอดเขาอย่างรวดเร็ว และลงตรงไหล่เขา
เขาไม่ได้กระตุกร่มทันที เพราะเขารู้ว่า ตอนที่เขาไม่กระตุกร่ม เป้าหมายเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า
ขืนกระตุกร่ม ร่มขนาดใหญ่จะถูกกางออก เมื่อเป็นเช่นนั้น เป้าหมายจะใหญ่สิบเท่าหรือหลายสิบเท่าเลยทีเดียว
ดังนั้น เขาจำเป็นต้องดูระยะเวลากระตุกร่ม ยิ่งสั้นเท่าไรยิ่งดี!
นี่หมายความว่า เขาหวังว่าจะกระตุกร่มในความสูงที่เหลือไม่มาก จากนั้นใช้เวลาเร็วที่สุดเพื่อลดความเร็วของการลงสู่พื้น สำหรับเขา เป็นความสูงที่ปลอดภัยมากพอ และรีบลงสู่พื้นให้เร็ว หลังลงสู่พื้น ก็รีบเก็บร่ม แบบนี้โอกาสที่จะถูกจับได้จึงน้อยมาก
เมื่อเห็นว่าระยะห่างจากพื้นเหลือประมาณ 200 เมตร วาซิลเห็นเย่เฉินยังคงดิ่งลงไป และเห็นว่าเขายังไม่กระตุกร่ม จึงพูดโพล่งออกมาว่า “ซวยแล้ว...ความสูงระดับนี้ต้องเละแน่...”
หานกวางเย่าได้ยินคำพูดของเขา ทำให้ตกใจจนตัวสั่น
เดิมทีเขาเตรียมที่จะโทรหาคุณท่าน เพื่อเตรียมเงินค่าไถ่ ในการช่วยเย่เฉินออกมา แต่เขาคิดไม่ถึงว่า เย่เฉินกำลังจะตายเพราะการโดดร่ม
ถ้าตายขึ้นมาจริงๆ ตัวเองต้องหนีความผิดไม่พ้นแน่นอน!
ขณะที่ทั้งสองกำลังตกใจ จู่ๆ เย่เฉินก็กระตุกร่ม
แต่ยังดีที่ในช่วงที่เหลือ 50 เมตร ความเร็วการลงสู่พื้นดิน ลดลงเรื่อยๆ เพราะร่ม
จากนั้น เย่เฉินรวบรวมชี่แท้ไปที่ขาทั้งสองข้าง ร่างกระแทกกับพื้นด้วยความเร็วสิบกว่าเมตรต่อวินาที
วาซิลที่อยู่บนเครื่องบิน ไม่กล้าดูตัวเลขที่ส่งกลับมาบนหน้าจออีก เพราะเขารู้ดี 1-2 วินาทีหลังจากนี้ อัตราการเต้นของหัวใจเย่เฉินจะลดลงอย่างรวดเร็ว จนเป็นศูนย์
แต่ว่า เขาไม่คิดไม่ฝันว่า เมื่อเย่เฉินหยุดการดิ่งลง อัตราการเต้นของหัวใจ เร็วกว่าเมื่อครู่เพียงสิบกว่าครั้งต่อวินาที
เขามีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ และถามทันที “คุณชายเย่ คุณ...คุณยังมีชีวิตอยู่ไหมครับ!”
ตอนนี้เย่เฉินเก็บร่มอย่างรวดเร็ว เขาเก็บร่มเข้าไปในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว พลางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่ต้องห่วง ฉันถึงพื้นอย่างปลอดภัย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...