“ส่วนใหญ่คนพวกนี้อาศัยอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก และมีบางส่วนที่อาศัยในเขตอาณานิคมเมื่อก่อน พูดภาษาอังกฤษ ไม่ก็ภาษาฝรั่งเศสตั้งแต่เด็ก ดังนั้นภาษาของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน”
“เหมือนอย่างผม อันที่จริงผมไปอเมริกากับพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก แถมยังได้กรีนการ์ด เข้าประจำการในกองทัพอเมริกาเป็นเวลาสามปี ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมตอบรับการเรียก และกลับมาเข้าร่วมกองทัพอิสระ ดังนั้นภาษาอาหรับของผมจึงแย่มาก ทำได้เพียงใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร”
เย่เฉินพยักหน้า ภาษาที่หลากหลายเช่นนี้ เหมือนอินเดียไม่มีผิด ชาวอินเดียจำนวนไม่น้อยไม่พูดภาษาฮินดี ถึงขนาดที่เมืองและเมืองหลวงแต่ละเมืองในอินเดีย มีภาษาทางการเป็นของตัวเอง บวกกับการที่เคยตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงเป็นหนึ่งในภาษาทางการ
แต่การที่ภาษาปะปนกันเช่นนี้ เป็นเรื่องดีสำหรับเขา ยิ่งภาษาปะปนกันมากเท่าไร เขายิ่งกลมกลืนเข้าไปได้ง่าย
ดังนั้น เขาพูดกับไฟซาลว่า “หลังจากเข้าไป จำไว้ว่าเมื่อมีโอกาส ให้รีบลงมือ อย่าให้คนจับพิรุธได้”
ไฟซาลรีบพูดว่า “วางใจได้เลย ผมจะทำอย่างเต็มที่!”
เย่เฉินตอบรับ เขาชี้ไปที่ประตู แล้วพูดว่า “เข้าไปกันเถอะ!”
“โอเค!”
ไฟซาลรีบพูดทันที “อย่าพูดไร้สาระ! ฉันแค่มาดูสถานการณ์ เพื่อกลับไปรายงานจอมพล ยังไม่รีบเปิดประตูทางเข้าห้องใต้ดินอีก!”
คนนั้นรีบพยักหน้า เขาหันหลังไปเรียกทหารอีกคน ทั้งสองย่อตัวลง เพื่อพลิกแผ่นไม้หนา จากนั้น มีบันไดที่สร้างจากดิน ปรากฏอยู่ข้างใต้แผ่นไม้ คนนั้นพูดกับไฟซาลอย่างนอบน้อม “เชิญครับหัวหน้าไฟซาล! ”
ไฟซาลพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นจึงพาเย่เฉินเข้าไป คนนั้นหยิบไฟฉายออกมา หลังจากเปิดไฟฉาย ก็พูดอย่างจริงจังว่า “หัวหน้าไฟซาล บันไดไม่มีไฟ เลยค่อนข้างมืด เดี๋ยวผมนำทางให้ คุณเดินระวังด้วย!”
ไฟซาลมองเย่เฉิน เมื่อเห็นเย่เฉินพยักหน้าให้เบาๆ จึงตอบตกลงว่า “ได้ นายนำทางไปละกัน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...