“เหี้ยเอ๊ย!”
เมื่อคามมิตได้ยิน เขารู้สึกใจหายวาบ
เพราะเขาเป็นผู้นำกองทหารมาหลายปี ตัดสินใจเรื่องกลยุทธ์ทางการทหารได้อย่างแม่นยำ
ตอนนี้เขาตระหนักได้ว่า ตัวเองกับเย่เฉินต่างกุมอำนาจไว้คนละครึ่ง
“ในห้องใต้ดินนี้ อำนาจอยู่ในมือชายชาวจีนคนนี้ เพราะเขาใช้ปืนจ่อมาที่ฉัน แถมยังเอาทหารของฉัน ไปเป็นของตัวเอง เขาสามารถฆ่าฉันให้ตายในห้องนี้ ได้ทุกเมื่อ...”
“แต่ว่า ฉันก็ไม่ใช่ผู้ที่ถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว ถึงเขาจะเก่งแค่ไหน ก็ไม่สามารถเอาทหาร 1-2 พันคน ไปเป็นของเขาได้”
“เพราะถ้าเขาสามารถทำได้จริง เขาคงล้มฉันแล้ว ไม่ต้องลำบากลำบน แอบเข้ามาในห้องใต้ดินหรอก”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขารีบพูดกับเย่เฉินว่า “สหาย เราสองคนไม่ต้องบุ่มบ่าม มีอะไรก็พูดกันดีๆ อีกอย่างฉันก็เรียนที่จีนมาหลายปี เห็นนายก็รู้สึกเป็นมิตร!”
เย่เฉินพยักหน้า เขายิ้มแล้วพูดว่า “นายอยากเจรจา เป็นเรื่องง่ายมาก ฉันมีเงื่อนไขเดียว นายให้ฉันพาคนออกไป ฉันจะไม่ทำให้นายทรมาน มิฉะนั้น ฉันจะฆ่านายก่อน”
พูดพลาง เย่เฉินจำเป็นต้องพูดอย่างจริงจัง “หลังฆ่านาย แค่ฉันหนีไปให้เร็วสักหน่อย ลูกน้องของนายก็ไม่ทันรู้ตัว เพราะตอนฉันเข้ามา ลูกน้องนายก็จับฉันไม่ได้ ฉันแน่ใจว่าตอนหนีออกไป พวกเขาก็คงไม่เห็นฉันเหมือนกัน”
เมื่อได้ยินที่เย่เฉินพูด คามมิตที่อยู่ตรงข้าม ตึงเครียดขึ้นทันที
เขาไม่ใช่คนโง่
เมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของคามมิตหดหู่มาก
ให้เขาปล่อยคน ก็ไม่มีทางเป็นไปได้
เพราะเขาต้องการใช้ตัวประกันพวกนี้ แบล็กเมล์เอางบประมาณจากสถานทูตอเมริกา
ทหาร 1-2 พันคนในมือเขา ต้องกินต้องใช้ เขาขาดแคลนงบประมาณมาก เขาต้องการใช้เงินจำนวนมาก มาทำให้กองทัพมั่นคง ถ้ามีเงินเหลือ ยังสามารถซื้อชุดอาวุธและอุปกรณ์ใหม่ได้จากผู้ค้าอาวุธ เพื่อทำให้กำลังรบแข็งแกร่งขึ้น
แต่ว่า ถึงเงินจะสำคัญ แต่เขาก็เป็นจอมพลคนหนึ่ง เท่ากับเป็นแม่ทัพ เป็นทหารยศสูงสุดคนหนึ่ง ถึงจะเอาเงินก้อนนี้มาไม่ได้ เขามีกองทัพนี้ เขาไม่กังวลว่าจะไม่มีโอกาสได้โชคลาภในอนาคต ไม่แน่ สุดท้ายฝ่ายค้านอาจเป็นฝ่ายชนะ เขาอาจได้เป็นข้าราชการระดับสูง
ดังนั้น สำหรับเขาแล้ว สิ่งสำคัญที่สุด คือการมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...