เย่เฉินเห็นคามมิต มีสีหน้าอึดอัดใจ เขาอดขำไม่ได้ “ในเมื่อจอมพลคามมิตพูดแล้ว งั้นต่อไป ฉันจะพูดติดกันสองคำละกัน”
คามมิตยกมือขึ้นมา ทำท่าคารวะแบบจีนให้เย่เฉิน จากนั้นชี้ไปยังแปดคนตรงข้าม เขาพูดด้วยสีหน้าเป็นกันเอง “เลือกได้เลยน้องชาย!”
พูดจบ เขากลัวเย่เฉินไม่ยอมรับข้อได้เปรียบ เขากัดฟันพูดว่า “เอางี้ พี่จะยอมอ่อนข้อให้อีก นายเลือกไปเลยห้าคน!”
ทันใดนั้น ความหวังของทั้งเจ็ดคนมีมากขึ้นอีก!
เย่เฉินมองคามมิต เขายิ้มบางๆ แล้วพูดชมว่า “จอมพลคามมิต ช่างจริงใจเหลือเกิน ดูจากจุดนี้ ก็มองออกว่าเป็นคนมีคุณธรรมและรักษาสัญญา”
คามมิตพยักหน้าเบาๆ และพูดอย่างจริงจัง “ฉันเป็นคนที่น่าเชื่อถือมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ หรือด้านการทำสงคราม ล้วนต้องรักษาสัญญา ฉันพูดว่าให้นายพาคนออกไปได้ห้าคน ฉันไม่มีทางโกหกแน่นอน!”
เย่เฉินโบกมือไปมา “ฉันก็เป็นคนรักคุณธรรม แต่ไหนแต่ไร หลักการที่ฉันเชื่อคือ เคารพผู้อื่น ผู้อื่นก็จะเคารพเรา ดังนั้นในแปดคนนี้ ฉันขอแค่คุณเฮ่อเพียงคนเดียว คนที่เหลือฉันให้นาย”
เมื่ออีกเจ็ดคนที่เหลือได้ยิน ต่างพากันร้องไห้ออกมา
ชายเชื้อสายจีนร้องครวญคราง “คุณเย่ เราเป็นเชื้อสายเดียวกัน คุณจะไร้ความเมตตา ไร้ความยุติธรรมกับผมไม่ได้!”
ชายชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดียกับเยาวชนคนอื่น ก็ร้องไห้ออกมา และพูดร้องขอชีวิตไม่หยุด
พูดจบ คามมิตเดินออกไปที่ประตู และพูดว่า “เชิญเลยน้องชาย!”
เย่เฉินโบกมือไปมา “ไม่ต้อง ฉันไม่ใช่คนใจร้าย แต่ที่นี่เป็นถิ่นของนาย ฉันต้องรอบคอบ นายไปเตรียมเฮลิคอปเตอร์มาจอดไว้ในลาน เฮลิคอปเตอร์ต้องไม่พกกระสุนใดๆ อีกอย่าง ต้องให้คนที่ไม่ใช่พนักงานเครื่องบิน ออกไปให้หมด และนายต้องเดินไปกับเราสองคนด้วย เมื่อคนที่มารับฉันมาถึง ฉันจะปล่อยนายกลับ นายโอเคไหม”
คามมิตมีสีหน้าลำบากใจ เขาพูดว่า “ถ้าถึงจุดหมาย แล้วนายเปลี่ยนใจ จะทำยังไง ถ้านายจับฉัน จะทำยังไง ตอนนี้ทหารรัฐบาลให้ค่าหัวฉันหลายล้านดอลลาร์ ฉันจะรู้ได้ไงว่านายไม่เห็นแก่เงิน”
“เห็นแก่เงินงั้นเหรอ” เย่เฉินยิ้มอย่างเหนื่อยใจ เขาชี้หน้าตัวเอง และถามเขาว่า “นายว่าคนอย่างเย่เฉิน เห็นแก่เงินงั้นเหรอ ฉันนั่งเครื่องบินคองคอร์ด มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์จากจีน มาสถานที่กระจอกแบบนี้ ภายในเวลาหลายชั่วโมง ฉันจะเห็นแก่ค่าหัวหลายล้านดอลลาร์ของนายอย่างนั้นเหรอ”
คามมิตกลืนน้ำลาย เขาพูดว่า “เครื่องบินคองคอร์ดงั้นเหรอ! น้องชาย...นาย..นายเป็นคนตระกูลเย่ที่จีนเหรอ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...