เมื่อเย่เฉินเห็นคามมิตเดินขึ้นบันไดแบบกะเผลก เขารู้สึกสงสัยในใจ จึงเอ่ยปากถาม “พี่ชาย เคยได้รับบาดเจ็บที่ขาข้างนี้เหรอ”
คามมิตหันมามองเขา แล้วมองขาซ้ายของตัวเอง จากนั้นจึงพูดอย่างหดหู่ว่า “ครั้งหนึ่งขาซ้ายของฉัน เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างสู้รบ โดนสะเก็ดระเบิดน่ะ ตอนนั้นมีทางเดียวคือตัดขา แต่โชคดีที่ต่อมา ยังหาวิธีรักษาขาข้างนี้เอาไว้ได้ แต่ขาข้างนี้บาดเจ็บ จนไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก ดังนั้นหลังการรักษา กล้ามเนื้อลีบอย่างรุนแรง การใช้งานลดลงไปมาก มันเลยเดี้ยงอย่างนี้...”
พูดพลาง เขาอดหดหู่ใจไม่ได้ “สถานที่อย่างซีเรีย ความลำบากของจอมพลพิการ ยากที่จะอธิบายได้!”
ถึงไม่ได้พิการจนถึงขั้นรุนแรง แต่คามมิตเป็นผู้สั่งการระดับสูง ของกองกำลังติดอาวุธขนาดใหญ่ การที่ขาข้างหนึ่งพิการ มีผลกับภาพลักษณ์ บารมีความน่าเชื่อถือของเขาเป็นอย่างมาก
แต่ผลกระทบร้ายแรงที่สุด คือความมั่นใจของเขาลดลงไปมาก
ครั้งหนึ่ง คามมิตยังเป็นจอมพลที่มีความทะเยอทะยาน ปรารถนาที่จะสร้างความสำเร็จ ท่ามกลางการต่อสู้ที่วุ่นวาย ถึงขนาดหวังว่าจะได้เป็นผู้สั่งการสูงสุด ในกองกำลังฝ่ายค้าน
แต่หลังจากที่ขาพิการ ส่งผลกระทบกับเขามาก รวมถึงความมั่นใจของเขาก็ถูกทำลายลงด้วย
เดิมทีกองทัพของเขามีเกือบหมื่นคน เป็นหนึ่งในกองกำลังของฝ่ายค้าน ที่แข็งแกร่งมาก แต่เมื่อคนใกล้ชิดเห็นขาเขาพิการ ความมั่นใจถูกทำลาย เลยใช้โอกาสนี้ ปลุกระดมให้ลูกน้องส่วนหนึ่ง ออกไปยืนหยัดด้วยตัวเอง ทำให้กำลังของเขาลดลงอย่างกะทันหัน
บางครั้งความจริงช่างน่าเวทนายิ่งนัก ตอนที่ใครคนหนึ่งมีบารมี มีอำนาจน่าเกรงขาม ลูกน้องต่างพากันเชื่องอย่างกับแมว ภักดีอย่างกับสุนัข
แต่เมื่ออำนาจของใครคนนั้นลดลง ร่างกายเสื่อมโทรม ลูกน้องก็เริ่มมีใจคิดคดทรยศ
การยืนหยัดด้วยตัวเอง นับว่ามีคุณธรรมมากแล้ว แต่พวกคนที่ไร้คุณธรรม ถึงกับฉวยโอกาสฆ่าหัวหน้าตัวเอง เพราะต้องการเข้ามาแทนที่
เรื่องแบบนี้ เห็นบ่อยจนชินตามาตั้งแต่สมัยโบราณ
จักรพรรดิซ่งไท่จู่หรือจ้าวควงอิ้น เดิมทีอยู่ในยุคห้าราชวงศ์ ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมามีอำนาจ ในราชวงศ์โจวยุคหลัง หลังจากโจวซื่อจงสวรรคตในตอนนั้น ทิ้งให้บุตรชายวัย 7 ขวบ โจวก้งตี้ ขึ้นครองบัลลังก์ ต่อมาเพียงชั่วพริบตา เกิดเหตุรัฐประหารเฉินเฉียว บรรดานายทัพพร้อมใจกันสนับสนุนจ้าวควงอิ้นขึ้นสู่บัลลังก์มังกร
เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนในประวัติศาสตร์
คามมิตที่อยู่ในซีเรียก็ไม่ต่างกัน
เศรษฐกิจในที่แบบนี้ล้าหลังมาก อีกทั้งยังมีภูเขามากมาย ระดับยานยนต์ของทหารต่ำมาก ส่วนใหญ่ในการขนส่งยังต้องใช้การเดินเท้า และพวกสัตว์ เช่น ม้า ล่อ ในสถานการณ์เช่นนี้ ความพิการของคามมิต จึงหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ
ตอนทหารสู้รับกันตามแนวภูเขา เขาไม่สามารถเข้าไปปลุกใจทหารแถวหน้าได้
ตอนกองกำลังเริ่มเคลื่อนไหวบริเวณเขตภูเขา เขาก็ไม่สามารถเข้าร่วมได้
เดิมทีทหารของฝ่ายค้าน เป็นพวกประชาชน เกิดในสถานที่ล้าหลัง ยิ่งต้องการผู้บังคับบัญชานำทัพ หรือเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย แต่ขาของคามมิตกลับกลายเป็นอุปสรรคใหญ่
ตอนนี้คามมิตเดินกะเผลกออกมาจากห้องใต้ดิน โดยมีเย่เฉินกับเฮ่อจือชิวเดินตามหลังมา
หลังจากออกมา เห็นเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่ง จอดอยู่ในลาน ส่วนพวกทหารติดอาวุธ พากันแยกย้ายไปหมดแล้ว
กระสุนที่ติดไว้ด้านล่างทั้งสองข้างของเฮลิคอปเตอร์ ถูกถอดออกไปหมดแล้ว กระสุนที่มีกำลังทำลายล้างสูง ถูกถอดออกไปจนหมด
หานกวางเย่าพูดอย่างตกตะลึง “คุณชาย ทางภูเขาสิบกว่ากิโลเมตร คุณจะถึงเร็วขนาดนั้นได้ยังไง!”
เย่เฉินหัวเราะแล้วพูดว่า “คามมิต จอมพลฝ่ายค้าน จัดเฮลิคอปเตอร์ไปส่งฉันด้วยตัวเอง”
เมื่อหานกวางเย่าได้ยิน ทันใดนั้น เขาคิดว่าเย่เฉินต้องควบคุมคามมิตได้แล้วแน่ๆ เขาตกใจมาก จนไม่รู้จะตอบเย่เฉินยังไง
เฉินจื๋อข่ายที่อยู่ข้างๆ รีบถามว่า “คุณหาน ถ้าเราบินไปตอนนี้ ใช้เวลานานแค่ไหน”
หานกวางเย่าเพิ่งตั้งสติได้ และพูดว่า “ผมจะรีบเตรียมเฮลิคอปเตอร์เดี๋ยวนี้ อีก 5 นาทีออกเดินทาง น่าจะประมาณ 40 นาทีครับ”
“โอเค” เย่เฉินพูดว่า “งั้นฉันรอพวกนายตรงที่นัดหมายกันไว้”
หานกวางเย่ารีบพูดว่า “ครับคุณชาย เราจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้!”
เมื่อวางสาย เย่เฉินบอกตำแหน่ง GPS ของจุดหมายปลายทาง ให้คามมิตบอกนักบิน หลังจากนักบินกำหนดตำแหน่งเรียบร้อย คามมิตพูดกับเย่เฉินว่า “น้องเย่ นักบินเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว สามารถขึ้นบินได้ทุกเมื่อ รอให้นายออกคำสั่ง”
เย่เฉินพยักหน้า แล้วพูดว่า “งั้นให้นักบินเอาเครื่องขึ้นเลย”
“โอเค!”
คามมิตสั่งนักบินให้นำเครื่องขึ้น ผ่านหูฟังบนเครื่อง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...