คำพูดของคามมิต ทำให้ทั้งเจ็ดคนที่เป็นคนชนชั้นสูงดุจดั่งถูกสายฟ้าฟาด รู้สึกเหมือนทั้งโลกพังครืนลงมาภายในชั่วพริบตา
จุดประสงค์ของการถ่ายทำสารคดีในซีเรียของพวกเขา แตกต่างกับเฮ่อจือชิวมาก อันที่จริงพวกเขาไม่ได้ใส่โลกอย่างแท้จริง ยิ่งไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจผู้คนในสงคราม พวกเขาแค่หวังว่าจะทำให้ประวัติของพวกเขามีความเก๋าขึ้น ทำให้ตัวเองมีทุนเติบโตมากขึ้นในสังคมชนชั้นสูงหน้าซื่อใจคดทางตะวันตก
ในอนาคตเมื่อได้รับงานพาร์ทไทม์ในสังคมชนชั้นสูง บนงานเลี้ยงระดับไฮเอนด์ที่ทุกคนต่างสังสรรค์ครึกครื้นกัน ระหว่างที่ชนแก้วกันนั้น ก็สามารถพูดคุยหัวเราะว่าตัวเองก็เคยถ่ายสารคดีที่ซีเรีย เพื่อต่อต้านสงคราม เล่าเรื่องพวกนี้ออกไป จะต้องดึงดูดคำยกยอสรรเสริญชื่นชมจากผู้คนรอบๆได้อย่างแน่นอน
ถึงเวลานั้น ไม่เพียงแต่สามารถทำให้หัวหน้าประทับใจมากยิ่งขึ้น ยังสามารถทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงมองตัวเองเปลี่ยนไป ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติที่ดีที่จะคงอยู่ไปชั่วชีวิตอย่างแน่นอน
แต่ว่า พวกเขาไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่า เมื่อมาถึงซีเรียเพื่อทำประวัติการศึกษาสำเนา แต่กลับเอาชีวิตของตัวเองเข้ามาเสี่ยงทั้งชีวิต!
เมื่อคิดถึงเรื่องที่จะต้องเป็นทาสอยู่สถานที่บ้าๆนี่ตลอดชีวิต ทั้งเจ็ดคนไม่มีข้อยกแม้แต่คนเดียว ก็ร้องไห้ออกมา!
คามมิตที่เห็นทั้งเจ็ดคนร้องไห้ ก็ถามอย่างเย้ยหยันว่า“ร้องไห้ทำไม?ตอนมาที่ซีเรียเคยคิดว่าจะมีวันนี้งั้นหรอ?!”
หนึ่งในเจ็ดคนนั้น คนอินเดียพูดสะอึกสะอื้นขึ้นมาว่า“เราแค่อยากจะมาทำประวัติส่วนตัวของพวกเรา คิดไม่ถึงว่าจะอันตรายขนาดนี้……จอมพลคามมิต ขอร้องล่ะปล่อยพวกเราไปเถอะ พวกเราได้แค่เรียนหนังสือ เรื่องอื่นเราทำอะไรไม่เป็นเลย ท่านเก็บพวกเราเจ็ดคนไว้ที่นี่ จะเป็นภาระเปล่า!”
คนอื่นๆต่างพากันร้องไห้และขอร้องอ้อนวอน
สำหรับพวกเขาแล้ว ขอแค่มีโอกาส ก็จะพยายามคว้าไว้อย่างเต็มที่
เมื่อนึกถึงเรื่องที่ต้องไปจัดการสิ่งปฏิกูลของคนพันสองพันคน รวมถึงทำความสะอาดห้องน้ำที่พวกเขาเคยใช้ ทั้งห้าคนก็รู้สึกว่าชีวิตของตัวเองจบเห่แล้ว
เพราะคามมิตพูดแล้ว ว่าจะให้พวกเขาอยู่เป็นทาสรับใช้ที่นี่ตลอดชีวิต จนตายก็ไปจากที่นี่ไม่ได้ นี่ก็หมายความว่า ขอแค่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็จะต้องทำหน้าที่ทำความสะอาดห้องน้ำทุกวัน ทำงานทิ้งสิ่งปฏิกูล วนแล้ววนเล่า ไม่มีที่สิ้นสุด
คนเรามีชีวิตเดียว มีอะไรที่น่าเศร้ากว่านี้อีกไหม?
ทุกคนอดนึกถึงเย่เฉินไม่ได้ ภายในรู้สึกทั้งเกลียดและเสียใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...