ถ้ารู้ว่าเย่เฉินมีปัญหาพาพวกเขาออกไปได้ตั้งแต่แรก พวกเขาจะแสร้งทำเป็นต่อหน้าเย่เฉินทำไม?ถ้าหากเมื่อกี้นอบน้อมต่อเย่เฉิน ตอนนี้เย่เฉินคงจะพาออกจากซีเรียสถานที่แห่งนี้ไปแล้ว
คามมิตที่เห็นคนพวกนี้แทบจะสิ้นหวัง ก็ไม่อยากเห็นท่าทางของพวกเขาอีก เอ่ยปากสั่งนายทหารข้างๆว่า“พรุ่งนี้ปลุกพวกเขาตื่นตีห้า กินข้าวเสร็จก็ให้เริ่มทำงานตั้งแต่หกโมงเช้า เวลาเที่ยงให้พักครึ่งชั่วโมง หกโมงเย็นพักอีกครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นก็ทำงานฝีมือถึงห้าทุ่ม เข้าใจรึยัง?”
เหล่าลูกน้องรีบพยักหน้า“เข้าใจแล้วครับท่านจอมพล!”
เมื่อทั้งเจ็ดฟังจบ ก็แทบอยากจะเอาหัวชนกำแพงตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
ทำงานวันละสิบหกชั่วโมงทุกวัน ตัดเวลาอาหารสามมื้อไปอีกหนึ่งชั่วโมง เหลือเวลาพักแค่หกชั่วโมงครึ่ง นี่ยังไม่นับอาบน้ำ แต่งตัว เข้าห้องน้ำและอื่นๆ ถ้าเป็นแบบนี้ เหลือเวลาพักห้าถึงหกชั่วโมงก็ขอบคุณฟ้าดินแล้ว!
คนพวกนี้ถึงแม้จะไม่ได้มีภูมิหลังฐานะรวยมหาศาลอะไร แต่ฐานะทางครอบครัวก็ยังถือได้ว่ามีทรัพย์สมบัติอยู่บ้าง ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยลำบากอะไร และไม่เคยทำงานเหนื่อย ตอนนี้จะพอถูกข่มเหงบีบบังคับขั้นรุนแรงแบบนี้ เพียงแค่ได้ยิน ก็ทำให้พวกเขาตกใจจนขวัญกระเจิงแล้ว
แต่ว่า คามมิตไม่ได้สงสารพวกเขาแม้แต่น้อย หลังจากที่สั่งการเสร็จ ก็หันหลังเดินจากไปทันที……
……
ในขณะเดียวกัน ที่เบรุตเมืองหลวงของเลบานอน หานกวางเย่ากำลังติดต่อกับคุณท่านเย่โจงฉวนที่อยู่เย่นจิงจากทางไกล
เย่โจงฉวนถามขึ้นมาอีกว่า“คุณรู้ไหมว่า เขาช่วยเฮ่อจือชิวออกมาคนเดียวได้ยังไง?!อ่อจริงด้วย เมื่อกี้คุณบอกว่าคามมิตคนนั้นเป็นคนมาส่งเขากับเฮ่อจือชิวที่จุดนับพบกับพวกคุณ ผมอยากรู้ว่า ทำไมคามมิตต้องไว้หน้าเฉินเอ๋อขนาดนี้ด้วย?!เขาเป็นจอมพลของกองกำลังติดอาวุธไม่ใช่หรอ?ตามหลักแล้ว เฉินเอ๋อไปช่วยตัวประกันของเขา เขาน่าจะเห็นเฉินเอ๋อเป็นศัตรูถึงจะถูกสิ!ทำไมถึงมาส่งด้วยตัวเอง?!หรือว่าจะถูกเฉินเอ๋อลักพาตัว?!”
หานกวางเย่าคิดไม่ถึงว่า คุณท่านจะถามคำถามภายในพริบตาเดียวเยอะขนาดนี้ จึงรีบอธิบายทีละข้อว่า“เรียนคุณท่าน ขั้นตอนการช่วยของคุณชาย ไม่ได้พูดกับเราครับ ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยรู้เท่าไร อีกทั้งคามมิตไม่เพียงแต่ไว้หน้าคุณชาย เขายังเรียนคุณชายว่าเป็นพี่น้องด้วย ในคำพูด เต็มไปด้วยความนอบน้อมที่มีต่อคุณชาย ดังนั้นผมจึงไม่รู้ เรื่องที่คุณชายลักพาตัวเขาหรือไม่ เรื่องนี้ผมเกรงว่าจะมีแค่คุณชายที่รู้เท่านั้น……”
เย่โจงฉวนฟังจบ ก็อดอุทานขึ้นมาไม่ได้ว่า“คิดไม่ถึงจริงๆ คิดไม่ถึง!ผมยังเตรียมเงินไปแลกกับคนแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่า จะจบลงอย่างนี้……”
พูดจบ เขาก็พูดขึ้นโดยไม่สามารถปิดบังความดีใจว่า“ดูท่า ตระกูลเย่ของฉันครั้งนี้จะมีมังกรที่แท้จริงก่อกำเนิดขึ้นแล้วล่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...