ซูโสว่เต้าในฐานะที่เป็นลูกชายคนโตของตระกูลซู หลายปีมานี้ถือได้ว่าไม่ว่าจะเหตุการณ์อะไรเขาเคยพบเจอมาหมดแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเย่เฉินที่อายุยี่สิบกว่าผู้นี้ กลับทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์ความหวาดกลัวที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
เขาไม่เข้าใจ ทายาทของตระกูลเย่ผู้นี้เหตุใดถึงได้ดุดันเช่นนี้ ถึงกลับกล้าลงมือจัดการตระกูลซูทีละคนโดยไม่มีความกลัวเกรงแม้แต่น้อย
ในตอนแรก ถึงตระกูลซูกับตระกูลเย่จะต่อสู้กันดุเดือดขนาดไหน แต่ทุกคนต่างไม่มีใครกล้าลงมือโหดร้ายเช่นนี้ เนื่องจากทั้งสองตระกูลค่อนข้างแกร่ง ซึ่งมันเท่ากับว่าทั้งสองฝ่ายมีอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศในครอบครอง ไม่มีใครกล้าต่อกรกับอีกฝ่ายขนาดนั้น
แต่ว่า ลูกชายของเย่ฉางอิงที่อยู่ตรงหน้า กลับไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย
เขาลักพาตัวซูโสว่เต๋อ นี่เป็นการกระทำที่เห็นตระกูลซูอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ตอนนี้ เขาไม่เพียงแต่หยุดเท่านี้ ยังพุ่งเป้ามาที่ตัวเอง คนแบบนี้ เป็นผู้ทำลายกฎของเกมอย่างแท้จริง!
เมื่อเห็นความก้าวร้าวของเย่เฉินไม่ลดลง ซูโสว่เต้าก็รู้สึกประหม่าขึ้น ปากของเขายังคงอ่อนลงมาบ้าง เขาพูดอย่างจริงจังว่า“ในเย่นจิงถึงจะมีตระกูลจำนวนไม่น้อยที่ต่างฝ่ายต่างแก่งแย่งกัน แต่ทุกคนยังคงรักษาความเคารพและความเกรงกลัวพื้นฐานอยู่บ้าง ฉันในตอนนี้ก่อตั้งพันธมิตรต่อต้านตระกูลเย่ แต่ก็ไม่เคยสร้างภัยคุกคามใดๆต่อพ่อแม่ของนายเลย นายมีสิทธิ์อะไรมาซุ่มโจมตีลักพาตัวฉัน?”
เย่เฉินถามอย่างเย็นชา“คุณตายรึยังล่ะ?”
ซูโสว่เต้าสีหน้าตกตะลึง“หมายความว่าไง?”
เย่เฉินถามอีกครั้ง“ผมถามคุณว่า คุณตายรึยัง?”
ซูโสว่เต้าทำเสียงหึ“ตลกหน่า ถ้าฉันตายแล้ว ที่ยืนอยู่ตรงหน้านายเป็นผีรึไงกัน?”
เย่เฉินพยักหน้า“ก็ใช่ไง คุณยังไม่ตาย แต่พ่อแม่ผมตายแล้ว!คุณปากบอกว่าคุณไม่เคยทำอะไรที่เป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยพ่อแม่ของผม แต่พ่อแม่ผมได้ตายจากไปเกือบยี่สิบปีแล้ว ตอนนี้คุณมาบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คุณคิดว่าผมจะเชื่อไหม?”
ซูโสว่เต้าพูดอย่างประหม่าเล็กน้อย“นายจะไม่เชื่อก็ได้ แต่นายต้องรู้ว่า ถึงจะเป็นกฎหมาย มันก็เป็นข้อสันนิษฐาน ถ้านายมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าการตายของพ่อแม่นายมีส่วนเกี่ยวข้องกับฉัน ถ้านายจะฆ่าจะแกงฉันยังไงฉันไม่ว่า แต่ถ้านายไม่มีหลักฐาน งั้นก็พิสูจน์ได้แค่ว่า การตายของพ่อแม่นายไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉัน!”
ซูโสว่เต้าที่ได้ยินสามคำนี้ ก็รู้สึกอับอาย เขาพูดด้วยน้ำเสียงขาดความมั่นใจ“รั่วหลีเป็นลูกสาวนอกสมรสของผมจริงๆ แต่คนที่ทำร้ายเธอไม่ใช่ฉัน!”
เย่เฉินพยักหน้า“ผมรู้ คนที่ทำร้ายเธอคือพ่อของคุณ ใช่ไหมล่ะ?”
ซูโสว่เต้าหลบสายตาก้าวร้าวของเย่เฉิน แล้วโพล่งออกไปว่า“เรื่องนี้จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่มีหลักฐานอะไรแน่ชัด ดังนั้นจะเป็นพ่อของฉันหรือไม่ ยังไม่ได้รับการยืนยัน”
เย่เฉินหัวเราะอย่างเยาะเย้ย“ไร้ประโยชน์จริงๆ!”
ซูโสว่เต้าถามโพล่งออกไปว่า“นายหมายความว่าไง?!”
เย่เฉินตำหนิเสียงดัง“ผมบอกว่าคุณมันไร้ประโยชน์จริง!เป็นเศษสวะตั้งแต่ต้นจนจบ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...