เย่เฉินและเฉินจื๋อข่ายคนหนึ่งถามคนหนึ่งตอบ ทำให้ซูโสว่เต้าตกใจจนอกสั่นขวัญหาย
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ เย่เฉินจะโหดร้ายเช่นนี้ ในใจโกรธพร้อมด่าว่า: “ส่งคนไปอยู่ที่ฟาร์มสุนัข นี่แม่งยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?ส่งคนไปขุดโสมที่ภูเขาฉางไบ?!นี่แม่งเป็นเรื่องที่คนทำกันเหรอ?”
จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มเลี้ยงสุนัข หรือว่าภูเขาฉางไบ หรือเหมืองถ่านหินดำและเซียร์ราลีโอน คนเหล่านี้ที่คุ้นเคยกับเย่เฉินเห็นสิ่งแปลกประหลาดจนชินไปนานแล้ว
เพียงแต่ว่า แต่ไหนแต่ไรมา เย่เฉินเมื่อเทียบกับซูโสว่เต้าแล้ว ล้วนแต่ใช้ชีวิตอยู่ในที่มืด เพราะงั้นซูโสว่เต้าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับวิธีการของเย่เฉิน
ก็เป็นเพราะว่าไม่รู้อะไรเลย เพราะงั้นจู่ๆได้ยินจนรู้เรื่องทุกอย่าง ก็ทำให้ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อไปเลย
และตอนที่เขาได้ยินเย่เฉินพูด จะพาตัวเองไปที่ชั้นห้องเอ็กเซ็กคูทีฟ ในใจก็ยิ่งมีข้อสงสัย
เขาไม่รู้ว่า ทำไมเย่เฉินต้องพาตัวเองไปที่ชั้นห้องเอ็กเซ็กคูทีฟด้วย ตามที่เขาพูด บอกว่าจะพาตัวเองไปเจอเพื่อนเก่าสามสี่คน แต่ว่า เพื่อนเก่าสามสี่คนนี้จะเป็นใครกันล่ะ?
ในความสงสัย ซูโสว่เต้าถูกเย่เฉินลากเข้าไปในลิฟต์แล้ว
ตามมาด้วย ลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นบนสุด
ในเวลานี้ จากประตูลิฟต์ จนกระทั่งทางเดินมาจนถึงถึงชั้นห้องเอ็กเซ็กคูทีฟ ได้ถูกลูกน้องของเฉินจื๋อข่ายยึดอำนาจโดยสมบูรณ์แบบ
เย่เฉินลากซูโสว่เต้าที่ลุกลี้ลุกลนอย่างมาก ตรงไปยังห้องๆนั้นที่มีตู้ไห่ชิงและซูจือหยูอยู่
และในเวลานี้ ตู้ไห่ชิงและซูจือหยู ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับทุกอย่างนี้เลย
ก่อนหน้านี้ 20 นาที ลูกน้องของเฉินจื๋อข่ายเพิ่งส่งอาหารเช้ามาให้สองแม่ลูก
วันเวลาเหล่านี้ สองแม่ลูกคุ้นชินกับการใช้ชีวิตที่ถูกจำกัดพื้นที่แบบนี้แล้ว
ตู้ไห่ชิงยิ้มเล็กน้อย : “ทั้งหมดนี่ล้วนแต่เป็นผลงานที่เก่าแก่มากแล้ว วัยรุ่นอย่างพวกลูกๆอาจจะไม่ค่อยชอบอ่านเท่าไหร่ แต่ว่าสำหรับคนรุ่นแม่แล้วมีความประทับใจที่ลึกซึ้งอย่างมาก”
ซูจือหยูพยักหน้า : “งั้นเดี๋ยวหนูจะบอกอารักขาที่เฝ้าอยู่ที่หน้าประตูนะคะ”
พูดจบ เธอก็ถอนหายใจอย่างค่อนข้างจนใจอย่างช่วยไม่ได้ พูดกล่าว : “ก็ไม่รู้ว่าผู้มีพระคุณเตรียมที่จะพบเจอกับพวกเราเมื่อไหร่ เมื่อคืนหนูฝันก็ยังฝันถึงเขาเลย...”
ตู้ไห่ชิงถามอย่างอยากรู้ : “ฝันอะไรถึงเขาเหรอ?”
ซูจือหยูฝืนยิ้มออกมา : “หนูฝันว่าเขาต่อยกับพ่อ พ่อถูกตีจนหน้าบวมช้ำ ยังเรียกให้หนูเข้าไปช่วยอีกด้วย...”
ตู้ไห่ชิงยิ้มๆแล้ว ถามเธอ : “งั้นลูกได้ช่วยไหม?”
“ไม่นะ” ซูจือหยูแลบลิ้นออกมาแล้ว พูดกล่าว : “ไม่เพียงแค่ไม่ช่วยเขา ยังเตะรองเท้าของเขาลงไปในแม่น้ำด้วย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...