ตู้ไห่ชิงอดไม่ได้หัวเราะออกมาแล้ว : “ฮ่าๆ นี่ลูกฝันอะไรเนี่ย”
ซูจือหยูยิ้มพร้อมพูดว่า : “ในฝันเหมือนว่าจะอยู่แถวแม่น้ำหย่งติ้ง ก็คือสถานที่ที่ตอนเด็กหนูชอบไปเล่นว่าวมากที่สุด”
พูดแล้ว ซูจือหยูก็พูดอีกว่า : “แม่ว่าความฝันนี้มันก็แปลกๆนะ ในความฝันหนูเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง แต่ตอนที่หนูฝันกลับว่าไม่ได้รู้สึกว่ามันแตกต่างจากความเป็นจริงเลยสักนิด”
ตู้ไห่ชิงพยักหน้า : “นี่มันน่าแปลกตรงไหนเหรอ ความฝันที่แตกต่างจากความเป็นจริงส่วนใหญ่ ล้วนแต่ดึงดูดคนที่ฝันในความฝันอย่างมาก หลังจากที่ตื่นขึ้นมาถึงรู้สึกว่าไร้สาระ”
พูดแล้ว เธอก็ถอนหายใจเบาๆ พูดต่อ : “โธ่...ทั้งชีวิตนี้ของแม่ ไม่รู้ว่าฝันถึงเรื่องที่ต่างจากความเป็นจริงและแปลกประหลาดมามากกว่าเท่าไหร่แล้ว ฝันว่าคนที่ตายไปแล้วยังมีชีวิตอยู่ ฝันว่าตัวเองเปลี่ยนวิถีชีวิต...”
ซูจือหยูมองไปยังตู้ไห่ชิง เห็นใบหน้าของเธอที่นำมาซึ่งความเสียดายที่ไม่อาจจะลบเลือนไปได้ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามว่า : “แม่ แม่เสียใจภายหลังไหมที่แต่งานกับพ่อ?”
ตู้ไห่ชิงค่อนข้างตกตะลึง พร้อมทั้งฝืนยิ้ม พูดกล่าวว่า : “ถ้าหากตอนแรกเด็กผู้หญิงคนนั้นโตพอๆกับลูก รู้ว่าแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นจะต้องมาพร้อมกับความไม่เต็มใจไปทั้งชีวิต งั้นเธอก็ไม่มีทางยอมแต่งงานแน่ แต่ตอนที่เด็กผู้หญิงคนนั้นมีลูกสาวที่โตพอๆกับเธอในตอนแรกนั้น ลูกถามเธออีกครั้ง งั้นเธอก็ไม่มีทางที่จะเสียใจภายหลังแน่”
เมื่อซูจือหยูได้ยิน เบ้าตาแดงก่ำอย่างไม่อาจห้ามได้
เธอเข้าใจความหมายในคำพูดของแม่
ถ้าหากสำหรับเธอเองแล้วนั้น แต่งงานกับพ่อ เป็นเรื่องที่เสียใจภายหลัง;
แต่ว่า ถ้าหากนับตัวเองเข้าไปด้วย แต่งงานกับพ่อ มีตัวเองและพี่ชาย เธอก็ไม่เสียใจภายหลังเลย
มีเพียงประโยคนี้ที่ไม่เสียใจภายหลัง สิ่งที่ฝังอยู่กลับว่าเป็นความรักที่แท้จริงในชีวิตแม่
ซูจือหยูอดไม่ได้ที่จะพูดอย่างซาบซึ้ง : “แม่...ขอบคุณค่ะแม่... ”
ตู้ไห่ชิงยิ้มพร้อมพูดว่า : “ยัยเด็กทึ่ม มาขอบคุณแม่ทำไมกันล่ะ?”
เธอมองไปยังเย่เฉินอย่างปีติยินดีโพล่งพูดว่า : “ผู้มีพระคุณ!เป็นคุณจริงๆด้วย!”
เย่เฉินมองไปที่ซูจือหยู พูดด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกว่า : “คุณหนูซู รบกวนถอยออกไปหน่อย”
ซูจือหยูไม่ทราบสาเหตุ แต่ว่ายังคงเชื่อฟังถอยลงมาสามสี่ก้าว พูดถามโดยทันทีว่า : “ผู้มีพระคุณ คุณจะเข้ามาเหรอ?”
เย่เฉินไม่พูดจา ดึงซูโสว่เต้าออกมาจากข้างกำแพงที่อยู่ด้านข้างประตูด้านนอก ดึงเขามาอยู่ข้างหน้าเลย
ทันใดนั้นซูจือหยูไม่ทันได้ดูหน้าของโสว่เต้าให้ชัดเจน ก็เห็นเพียงเย่เฉินดึงคนๆหนึ่งออกมาจากจุดบอดของเส้นสายตาที่อยู่ด้านข้าง ตามมาด้วย...
เสียงดังตูม!
เห็นเย่เฉินยกเท้าขึ้นมา เตะผู้ชายคนนั้นเข้าไปในห้องแล้ว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...