ในเวลานี้ เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไรดี
บอกว่าตายเอง?งั้นมีความเป็นไปได้สูงที่เย่เฉินจะบีบบังคับให้ตัวเองฆ่าตัวตาย
บอกว่าให้เขาช่วย?งั้นไม่แน่เขาก็อาจจะยิงตัวเองตายเลย...
แต่ว่า ลูกสาวทั้งสองคนล้วนแต่อยู่ที่นี่ ตัวเองจะไปร้องวิงวอนของความเมตตาจากเย่เฉินงั้นเหรอ?
งั้นก็เท่ากับว่าตัวเองไม่รักษาตามสัญญานะสิ ทอดทิ้งลูกสาวทั้งสองคนไว้เบื้องหลังอีกครั้งนะสิ?!
ความสับสนและความกลัวสุดขีด ทำให้ซูโสว่เต้าคนทั้งคนล้มลงกับพื้นราวกับเป็นอัมพาตเลย รู้เพียงแค่ร้องไห้ กลับว่าพูดไม่ออกเลยสักคำเดียว
ซูจือหยูเห็นท่าทางของเขา ในใจก็ค่อนข้างดูถูก แต่ก็ค่อนข้างที่จะทนไม่ได้
จริงๆแล้วเธอไม่กลัวว่าพ่อจะกลับคำ
ถึงอย่างไรเธอก็ผิดหวังต่อพ่อมากอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องให้พ่อใช้ความตายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
ดังนั้น เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง คุกเข่าลงต่อหน้าเย่เฉินดังตุบ พูดอย่างสำลักว่า : “ผู้มีพระคุณ...จือหยูอยากจะขอร้องคุณได้โปรดให้อภัยพ่อของฉันเถอะ...”
จริงๆความคิดของซูรั่วหลีและซูจือหยูเหมือนกัน
ผิดหวังน่ะผิดหวังจริงๆ
แต่เลือดเนื้อเชื้อไขยังคงอยู่
ผู้ชายคนนี้ที่ปวกเปียกอยู่ที่พื้น ยังคงเป็นพ่อของตัวเอง
แม้ว่าเขาจะขี้ขลาดเหมือนหนู แม้ว่าเขาจะเห็นเงินสำคัญ เขาก็ยังคงเป็นพ่อของตัวเอง
เขาไม่เคยทำร้ายตัวเองมาก่อน ตัวเองจะคาดหวังให้เขาตายได้อย่างไร?
คิดมาถึงตรงนี้ เธอก็รีบคุกเข่าลงกับพื้น พูดวิงวอน : “คุณชายเย่ ขอให้คุณได้โปรดเข้าใจ”
ในเวลานี้ เขามองไปที่ซูจือหยูแวบหนึ่ง ทันใดนั้นก็เอ่ยปากพูดว่า : “ซูจือหยู ถ้าหากคุณอยากให้ผมให้อภัยเขาไม่ต้องตาย งั้นก็จะต้องตอบคำปากผมสองเงื่อนไข”
ซูจือหยูพูดอย่างไม่ลังเลว่า : “ผู้มีพระคุณ เชิญพูดมาเลยค่ะ!”
เย่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า : “เงื่อนไขแรก ไม่ว่าคุณใช้วิธีการอะไรก็ตามแต่ จะต้องสืบทอดต่อจากตระกูลซูให้ได้ภายในสามปี!”
เมื่อซูจือหยูฟังจบแล้ว คนทั้งคนก็ตกตะลึงอย่างมาก
เธอไม่เคยคิดอยากจะสืบทอดตระกูลซูเลย ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้ว่าตัวเองอยากจะสืบทอด ก็ไม่มีโอกาส อย่าพูดว่าตัวเองแบ่งรุ่นภายในวงศาคณาญาติแล้วเป็นผู้หญิงเลย พ่อในฐานะที่เป็นพี่ชายคนโต หลายปีมานี้ก็ไม่สามารถสืบทอดตระกูลซูได้ ตัวเองจะสามารถทำเป้าหมายนี้ให้เป็นความจริงภายในสามปีได้อย่างไร?
แต่ว่า เมื่อคิดถึงความเป็นความตายของพ่อ เธอทำได้เพียงกัดฟันตอบตกลงก่อน อย่างน้อยก็รักษาชีวิตของพ่อไว้ก่อน ดังนั้นก็โพล่งพูดออกไปว่า : “โอเค...ฉันรับปากคุณ...แล้วเงื่อนไขที่สองล่ะ?”
เย่เฉินพูดอย่างเยือกเย็น : “เงื่อนไขที่สอง วันนั้นที่คุณสืบทอดตระกูลซู จะต้องส่งตัวซูเฉิงเฟิงไอ้หมาแก่คนนั้นมาไว้ในเงื้อมมือของผม!”
“ตอนที่คุณยังไม่ส่งตัวไอ้หมาแก่นั่นมาให้ผม ชีวิตของซูโสว่เต้าต้องอยู่กับฉันที่นี่เป็นการชั่วคราว รอจนคุณส่งตัวซูเฉิงเฟิงมาให้ผมแล้ว ผมก็จะส่งซูโสว่เต้าคืนให้คุณ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...