“คนที่เกี่ยวข้อง ฉันก็ไม่ปล่อยไปแม้แต่คนเดียว”
“แต่คนที่ไม่เกี่ยวข้อง ขอเพียงแค่ไม่ยั่วยุฉัน ฉันก็จะไม่พุ่งเป้าไปที่เขาอยู่แล้ว”
“ถ้าในอนาคตคุณเป็นหัวหน้าตระกูลซู สิ่งที่ตระกูลซูได้ติดค้างเอาไว้ก็ได้ชดใช้อย่างสาสมแล้ว งั้นฉันกับตระกูลซูก็ต่างคนต่างอยู่!”
ซูจือหยูพยักหน้าเบาๆ พูดเสียงต่ำ: “ขอบคุณผู้มีพระคุณ!”
สำหรับซูจือหยู แม้ว่าที่เย่เฉินพูดดูเย็นชาไปหน่อย แต่อย่างน้อยบุญคุณความแค้นก็แบ่งแยกชัดเจน
เย่เฉินมองเวลา และพูดว่า: “วันนี้ดึกไปหน่อย ฉันจะให้คนพคุณสองคนส่งไปยังชานเมือง ถึงตอนนั้นจะให้มือถือ 1 เครื่องกับพวกคุณ พวกคุณสามารถโทรแจ้งความได้ ถึงตอนนั้น ทั้งสองก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติได้”
ขณะที่พูด เขามองซูรั่วหลี และกล่าว: “ส่วนรั่วหลีค่อนข้างพิเศษหน่อย ยังไงซะเธอถูกซูโสว่เต้ายุยงเสี้ยมสอน ก่ออาชญากรรมที่ญี่ปุ่น ตอนนี้ทั่วทั้งญี่ปุ่นตามหาตัวเธอ ดังนั้นที่อยู่ของเธอ ก็ขอให้ทั้งสองเก็บไว้เป็นความลับ ห้ามหลุดปากออกไปเด็ดขาด”
ตู้ไห่ชิงพยักหน้ากล่าว: “เรื่องนี้วางใจได้ เรื่องของรั่วหลี ฉันจะไม่พูดกับใครแน่นอน”
ซูจือหยูมองซูรั่วหลี กล่าวอย่างจริงจังว่า: “ถึงในที่สุดรั่วหลีก็ยังถือว่าเป็นน้องสาวของฉัน ฉันไม่มีทางให้เรื่องนี้หลุดไปข้างนอกได้”
ซูรั่วหลีได้ยินซูจือหยูพูด ในใจก็สัมผัสความอ่อนโยนของเธอได้ในทันที
ที่จริง เธอรู้มาตลอดว่าซูจือหยูเป็นพี่สาวของตัวเอง
ถึงแม้ว่าจะเป็นพ่อเดียวกันแต่คนละแม่ แต่ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน
แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะเป็นบอดี้การ์ดให้ตระกูลซู แต่เป็นบอดี้การ์ดที่ตระกูลซู และเป็นลูกน้องด้วย ดังนั้นจึงต้องเรียกสมาชิกโดยตรงของตระกูลซูอย่างยกย่องเคารพก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว
ตู้ไห่ชิงได้ยินดังนั้น รีบพูดว่า: “รั่วหลี ต่อไปไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณผู้หญิงแล้ว เรียกฉันว่าน้าแล้วกันนะ”
ซูจือหยูก็เดินก้าวมาข้างหน้า จับแขนซูรั่วหลีเบาๆ กล่าวอย่างจริงจังว่า: “รั่วหลี ในเมื่อเราเป็นสายเลือดเดียวกันครึ่งหนึ่งแล้ว งั้นคุณก็เป็นน้องสาวของฉัน คุณหนูคำนี้ไม่ต้องเรียกแบบนี้อีกแล้วนะ ถ้าคุณก็เห็นด้วยกับสิ่งนี้ ตั้งแต่วันนี้ไปก็เรียกฉันว่าพี่สาว
ซูรั่วหลีประทับใจจนน้ำตาไหล มองซูจือหยู เรียกเธอพร้อมน้ำเสียงร้องไห้ว่า: “พี่สาว...”
ซูจือหยูยื่นมือมาเช็ดน้ำตาของเธอ ถอนหายใจเบาๆ และพูดอย่างจริงจังว่า: “โธ่...รั่วหลี หลายปีมานี้ ตระกูลซูต้องขอบคุณคุณแล้ว ต่อไปพี่สาวจะต้องตอบแทนคุณแน่นอน...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...