คามมิตคิดไม่ถึงว่าเงินมากกว่าหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐในปากของเย่เฉินจะเป็นเพียง "น้ำใจเล็กน้อย" สี่คำสั้นๆ
เขาซึ้งจนเสียงสะอื้น พูดทั้งที่ร้องไห้ "น้องเย่ นาย…นายเป็นเหมือนพ่อแม่ที่ให้ชีวิตฉันใหม่อีกครั้ง...ขาข้างที่พิการของฉันก็ได้ยาเทวดาของนาย แต่คิดไม่ถึงว่านายยังสนับสนุนฉันด้วยเงินจำนวนมาก ฉันไม่รู้ว่าจะตอบแทนบุญคุณของนายได้ยังไง... "
เย่เฉินกล่าวยิ้มๆ "ในเมื่อรู้จักกันแล้วเท่ากับว่ามีวาสนาต่อกัน ที่เราสองคนได้มาพบกันเป็นชะตาลิขิต ในเมื่อมีวาสนาแล้วให้ผมทำอะไรบ้างเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว"
พูดเสร็จ เย่เฉินก็กล่าวขึ้นอีก "จริงสิพี่ หลังจากได้เงินจำนวนนี้ไปแล้วไม่ทราบว่าพี่มีแผนอะไรบ้างหรอครับ?"
คามมิตตอบโดยไม่ลังเล "น้องชาย ฉันบอกแบบไม่ปิดบังเลยนะ ตั้งแต่ขาของฉันขาดจนถึงตอนนี้ ทีมงานของฉันมีบุคลากรหายไปจำนวนมาก ยังไม่มีโอกาสได้หามาเติมเลย ตอนนี้ฉันมีกองทุนที่เพียงพอแล้ว ฉันวางแผนว่าจะโน้มน้าวลูกน้องเก่าและพยายามสร้างรูปแบบกองทัพขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นค่อยซื้ออุปกรณ์และอาวุธทันสมัยจำนวนหนึ่ง ส่วนพวกเครื่องจักรกลหนักไว้ก่อน เน้นไปที่อุปกรณ์การรบเดี่ยวและอาวุธเบา"
เย่เฉินเอ่ยขึ้น "พี่ครับ ผมแนะนำว่าช่วงนี้พี่อย่าเพิ่งขยายกองทัพโดยไร้วิสัยทัศน์ดีกว่าครับ"
"ทำไมล่ะ?" คามมิตถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจ "น้องชายมีข้อเสนอแนะอะไรรึ?"
เย่เฉินพูดด้วยท่าทีจริงจัง "ฐานทัพของพี่ในตอนนี้พูดได้ว่ารับง่ายทว่ารุกยาก บวกกับอาวุธและอุปกรณ์สงครามของศัตรูไม่ได้ทันสมัยมาก ดังนั้นไม่ง่ายนักที่จะจู่โจมพี่ การที่พี่สุ่มสี่สุ่มห้าขยายกองทัพไม่ได้มีนัยสำคัญเท่าไหร่"
พูดจบเย่เฉินก็ตักเตือนอีกครั้ง "พี่ก็รู้ว่าถึงกำลังรวมของฝ่ายศัตรูจะแกร่งกว่าพี่ แต่ก็ไม่สามารถใช้อาวุธที่มีอานุภาพรุนแรงได้ อย่างมากก็แค่เครื่องบินรบเก่าๆและปืนใหญ่เก่าๆ แม้แต่ขีปนาวุธก็ไม่มีเงินใช้ เพราะฉะนั้นสงครามระหว่างพวกพี่ไม่ถือว่าเป็นสงครามอย่างยุคปัจจุบัน รูปแบบนั้นเป็นได้เพียงสงครามในยุคหกศูนย์หรือเจ็ดศูนย์"
"หากเป็นสงครามสมัยปัจจุบัน แค่ฐานทัพของพี่ก็หมดสิทธิ์แล้วครับ อีกฝ่ายส่งเครื่องบินรบปล่อยระเบิดสามสี่ลูกหรือไม่ก็ยิงขีปนาวุธมาก็ทำให้ฐานทัพพี่ราบเป็นหน้ากลองแล้ว"
"แต่ดีก็ดีตรงที่ไม่มีใครสามารถจ่ายต้นทุนอย่างสงครามปัจจุบันได้ การที่พี่สร้างโครงสร้างพื้นฐานถึงได้มีนัยสำคัญยังไงล่ะครับ!"
"และยิ่งเป็นแบบนี้พี่ก็ยิ่งต้องเสริมสร้างฐานทัพของพี่!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...