เที่ยงครึ่ง รถของเย่เฉินค่อยๆขับเข้ามาในมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์จินหลิง ตอนนี้ถึงเวลาพักเที่ยงของมหาวิทยาลัยแล้ว บนทางเดินในมหาวิทยาลัยมีนักเรียนที่เกาะกลุ่มเดินกันมากมาย ส่วนใหญ่เดินไปทางโรงอาหารและหอพัก และบางคนที่ดูแล้วเตรียมออกไปกินข้าวนอกรั้วมหาวิทยาลัย
เฮ่อจือชิวถามเย่เฉิน “คุณเย่ พ่อของฉันไปกินข้าวอยู่หรือเปล่าคะ เราควรติดต่อเขาก่อนมั้ย?”
เย่เฉินพยักหน้า และเอ่ยยิ้มๆ “เดี๋ยวฉันจะส่งข้อความเสียงไปหาเขา เธออย่าเพิ่งส่งเสียงนะ”
เฮ่อจือชิวรู้ว่าเย่เฉินแค่อยากเซอร์ไพรส์พ่อจึงรับปาก “ได้ค่ะ…..”
เย่เฉินจอดรถใต้ตึกสำนักงานและโทรหาเฮ่อหยว่นเจียงด้วยวีแชท
เพิ่งจะกดคำขอสนทนาด้วยเสียงไป อีกฝ่ายก็กดรับทันที จากนั้นเสียงของเฮ่อหยว่นเจียงก็ดังเข้ามา “เย่เฉิน นายอยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง?! มีอะไรคืบหน้ามั้ย?”
เย่เฉินจึงเอ่ยขึ้น “คุณอาเฮ่ออย่าเพิ่งใจร้อนนะครับ สถานการณ์ของผมตอนนี้ค่อนข้างซับซ้อน ไม่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ในประโยคสองประโยค”
เฮ่อหยว่นเจียงรีบถาม “แล้วนายได้เจอจือชิวหรือยัง”
เย่เฉินตอบ “ตอนนี้ยังครับ ทหารเฝ้าระวังของฝ่ายค้านป้องกันไว้แน่นหนามาก ผมกำลังหาทางอยู่ครับ”
พูดไป เย่เฉินก็ถามเขา “คุณอาเฮ่อทานข้าวเที่ยงหรือยังครับ”
เฮ่อหยว่นเจียงถอนใจ “ฉันมีอารมณ์กินข้าวที่ไหนเล่า ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ฉันกระวนกระวายอยู่ตลอด ทีแรกฉันโทรหานายตั้งหลายสาย แต่ขึ้นว่าไม่อยู่ในพื้นที่ให้บริการ ฝั่งนายไม่มีสัญญาณใช่มั้ย?”
เย่เฉินอธิบาย “สัญญาโทรศัพท์ไม่มีอยู่แล้วครับ จึงไม่สามารถรับสายโทรเข้าปกติได้ แต่ผมติดตั้งเครื่องมือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมไว้ จึงอยากสามารถต่อเน็ตได้ผ่านดาวเทียม แค่ค่าเน็ตแพงไปหน่อยครับ”
เย่เฉินยิ้มพร้อมตอบ “ฉันกล้าพนัน ตราบใดที่เธอไม่พูด พ่อเธอจำเธอไม่ได้แน่นอน”
“เป็นไปไม่ได้” เฮ่อจือชิวส่ายหัว พูดอย่างมั่นใจ “ฉันแค่คุยกับพ่อไม่ค่อยถูกคอ แต่ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ของเราจะตึงเครียดและห่างเหินนะคะ เขาต้องจำฉันได้ในปราดเดียวแน่นอนค่ะ”
เย่เฉินยิ้มบางๆ “ไม่เชื่อก็ลองดู เดี๋ยวเธอไปเคาะประตูเองเลย ดูว่าเขาจะจำเธอได้มั้ย”
เฮ่อจือชิวเบ้ปาก “ได้ คนแพ้ต้องเลี้ยงข้าวนะคะ”
พูดจบก็ใส่หน้ากากอย่างให้ความร่วมมือ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...