หม่าหลันได้ยินเซียวฉางควนพูดว่า ยังเจ็บน่องอยู่ จึงขมวดคิ้วถามว่า:"เซียวฉางควน คุณแอบไปวิ่งลับหลังฉันเหรอ?"
เซียวฉางควรโต้กลับ:"อะไรคือไปวิ่งลับหลังเธอ? ฉันไปวิ่ง ยังต้องรายงานเธอด้วยเหรอ?"
หม่าหลันพูดอย่างเย็นชา:"ใกล้จะตายแล้ว ยังจะวิ่งอีก วิ่งไปเพื่ออะไร? อยากจะหาคู่ใหม่เหรอ?"
เซียวฉางควนพูดอย่างรำคาญ:"มันเกี่ยวอะไรกับเธอ? ยุ่งขนาดนั้นทำไม?"
พูดจบ เขาเหลือบมองไม้ค้ำยันที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารข้างหม่าหลัน แล้วพูดอย่างประชดประชันว่า:"ทำไม? ขาของคุณไม่ค่อยดีแล้ว ก็ไม่อนุญาตให้ฉันออกไปเดินเล่นเหรอ"
เย่เฉินได้ฟังแล้วปวดหัวอยู่พักหนึ่ง พูดว่า: "พ่อครับ แม่ครับ คุณสองคนพูดน้อยๆหน่อยเถอะ อย่ามาทะเลาะกัน แล้วต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันเลย"
เซียวชูหรันพูดไปต้มก๋วยเตี๋ยวไป โดยไม่หันมามอง:"ที่รัก คุณไม่รู้ว่าอาหารมื้อนี้ฉันผ่านไปได้ไง พวกเขาเถียงกันตรงนี้มานานกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว ฉันกล่อมจนกล่อมไม่ไหวแล้ว….."
หม่าหลันพูดอย่างโกรธเคือง:"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องเซียวฉางควน ประเด็นคือผู้ชายคนนี้พูดจาน่าโมโหเกินไป ที่แย่ที่สุดสำหรับฉันคือขาข้างนี้ หักไปสองครั้งแล้ว เขาไม่ห่วงฉันเลยก็ไม่เท่าไหร่ แต่กลับมาเยาะเย้ย รังแกใครกัน?"
เซียวฉางควนพูดอย่างเย็นชา:"คุณขาหัก เกี่ยวอะไรกับฉัน? ฉันไม่ได้ทำหักสักหน่อย อีกอย่าง เมื่อกี้เธอคุยไร้สาระกับฉันมาตั้งนาน ตอนนั้นยังไม่เห็นพูดถึงขาเลย เธออย่ามาอ้างหลักศีลธรรมตรงนี้เลย"
หม่าหลันพูดอย่างโมโห:"ฉันอ้างศีลธรรม? เซียวฉางควน คุณมันไร้จิตสำนึกจริงๆ! คุณลืมไปแล้วเหรอว่า ตอนนั้นคุณถูกคนที่เกาจวิ้นเว่ยส่งมา ขับรถชนคุณจนเป็นอัมพาต ฉันดูแลคุณที่โรงพยาบาลอย่างไร? ฉันยุ่งอยู่ตลอดเวลา ลืมไปแล้วเหรอ?"
ทันใดนั้นเซียวฉางควนก็พูดเยาะเย้ย:"ถ้าฉันทำตามคุณ หลังจากที่คุณขาหัก สิ่งแรกที่ฉันทำคือไปหาโกงเงินลูกสาวก่อน แต่ฉันเซียวฉางควนไม่ใช่คนแบบนั้น เราเป็นคนที่มีจรรยาบรรณ จรรยาบรรณ เข้าใจไหม?"
หม่าหลันโมโหมาก หยิบไม้ค้ำยันและกำลังทุบเซียวฉางควน ในปากยังด่าว่า:"จรรยาบรรณ? คุยเรื่องจรรยาบรรณกับฉัน ดูสิว่าฉันจะหักขาคุณ!"
เย่เฉินรีบขวางเธอ และพูดด้วยความโกรธเล็กน้อยว่า:"โอ้ยพอแล้ว! ใช่เหตุผลคุยกันยังคุยไม่ได้ใช่ไหม? ผมเพิ่งกลับมาบ้านพวกคุณสองคนขึ้นแสดงการต่อสู้กัน อย่าลืมว่าผมกับชูหรันยังอยู่ข้างๆนะ "
เมื่อหม่าหลันเห็นเย่เฉินโกรธเล็กน้อย เธอรีบหัวเราะและพูดว่า:"ลูกเขย อย่าโมโหไปเลย ไม่ได้มุ่งเป้าหมายที่นาย มุ่งเป้าหมายไปที่ไอ้บ้าเซียวฉางควนต่างหาก"
เดิมทีเซียวฉางควนยังอยากเถียงคำเธออีกสองสามคำ แต่เมื่อนึกถึงเย่เฉินดูอารมณ์ไม่ดี จึงนั่งห่างออกไปหน่อย.และพึมพำ:"ฉันไม่อยากทะเลาะกับคนต่ำ"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...