เมื่อเขาเห็นฮามิดมีความเกรงใจขนาดนี้ และมีท่าทีเป็นขุนศึก จึงยิ้มพลางถามอย่างสุภาพไปว่า“คุณน่าจะเป็นจอมพลคามมิตใช่ไหมครับ!”
ฮามิดพยักหน้า แล้วพูดอย่างยิ้มๆว่า“คนกันเองทั้งนั้น เรียกจอมพลมันห่างเหินเกินไป เรียกผมฮามิดก็พอแล้วครับ!”
พูดจบ เขาก็รีบพูดขึ้นมาอย่างสุภาพว่า“พี่น้องทุกท่านเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกล ต้องเหนื่อยมากเลยใช่ไหมครับ มาๆๆ รีบเข้าไปดื่มน้ำจิบชา พักผ่อนก่อนเถอะครับ!”
จ้าวหยินเซิงชี้ไปที่ซูโสว่เต้า แล้วพูดกับฮามิดว่า“จอมพลคามมิตครับ คนคนนี้ก็คือซูโสว่เต้าหรือคุณซูครับที่คุณชายให้เราพามาทดลองใช้ชีวิต”
พูดจบ เขาก็ดึงคอเสื้อของซูโสว่เต้าหนึ่งครั้ง ดึงเขามาอยู่ตรงหน้า แล้วพูดกับฮามิดว่า“จอมพลคามมิตครับ คุณชายของเราสั่งมาว่า ให้เราบอกกับคุณว่า ไม่ว่ายังไงต้องให้คุณซูอยู่ที่นี่ อีกอย่าง คุณไม่จำเป็นต้องดูแลเขา ขอแค่ดูเขาให้ดีอย่าให้เขาหนีไปไหนได้ นอกจากนี้ในตอนที่สู้รบให้พาเขาไปที่บังเกอร์ อย่าปล่อยให้เขาได้รับบาดเจ็บจากกระสุนก็พอแล้วครับ”
ซูโสว่เต้าที่ได้ยินอย่างนั้น น้ำตาก็ไหลลงมาอย่างรวดเร็ว
“นี่มันคำพูดของคนหรอห้ะ?กูจ่ายเงินไปหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ สรุปได้มาแค่คำว่าไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรมาก นี่มันเหี้ยไม่ใช่หรอห้ะ!”
ในใจของซูโสว่เต้ากล้าโกรธแต่ไม่กล้าพูดอะไร กระทั่งไม่กล้าที่จะแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์
ฮามิดในเวลานี้มองไปที่ซูโสว่เต้าแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างยิ้มเยาะว่า“คุณไม่จำเป็นต้องประจบผมหรอก จากนี้ไปคุณจะได้รับการดูแลอย่างไร ใช้ชีวิตแบบไหน ผมไม่ได้เป็นคนตัดสิน น้องเย่ให้คุณพักเรือนหลังเล็กคนเดียว คุณก็ต้องไปพักเรือนหลังเล็กคนเดียว ถ้าน้องเย่ให้คุณนอนคอกแกะ คุณก็นอนได้แค่คอกแกะ!”
ซูโสว่เต้าทำได้เพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้าอย่างนอบน้อม“ใช่ครับๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณชายเย่……”
ฮามิดไม่อยากสนใจเขา จึงพูดกับจ้าวหยินเซิงด้วยรอยยิ้มว่า“ฝากบอกกับน้องเย่ด้วยว่า ไอ้หมอนี่ถ้ามอบให้ผมแล้วก็วางใจได้เลย ขอแค่ฮามิดคนอย่างผมยังมีชีวิต ผมก็ไม่มีทางให้เขาตายแน่ ถ้าทางผมมีศัตรูโจมตี ผมจะต้องยิงเขาให้ตายก่อนที่ผมจะตาย ไม่มีทางให้เขาตกอยู่ในมือของศัตรูอย่างแน่นอน!”
ซูโสว่เต้าแทบอยากจะด่าพ่อล่อแม่แล้ว เขาแอบก่นด่าในใจว่า“มึงเป็นคนยังไงกันแน่?แม้แต่การพูดยังขัดแย้งกันไปมา!อีกด้านก็พูดว่าขอแค่ตัวเองยังมีชีวิตก็จะไม่มีวันปล่อยให้ฉันตาย อีกด้านก็บอกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ก็จะตีฉันให้ตายแล้วตัวเองค่อยตายตาม นี่มันไร้สาระไม่ใช่หรอห้ะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...