ฮามิดไม่มีเวลามาสนใจซูโสว่เต้า
เขาหัวเราะพลางพูดกับจ้าวหยินเซิงว่า“ทุกท่านครับ ผมต้มชาดำไว้แล้ว เข้าไปดื่มพร้อมกันหน่อยไหมครับ!”
ชาวตะวันออกกลางชอบดื่มชาดำ โดยปกติทั่วไปใบชาจำนวนมากจะถูกต้มจนเป็นชมที่รสเข้มข้นมาก หลังจากนั้นค่อยทานคู่กับน้ำตาล ร่วมถึงของว่างที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก
จุดนี้ เป็นสิ่งที่แตกต่างจากคนหัวเซี่ย
ทุกคนเมื่อเห็นว่าฮามิดเกรงใจขนาดนี้ จึงไม่ปฏิเสธได้
ดังนั้น จ้าวหยินเซิงจึงพูดขึ้นมาว่า“จอมพลคามมิตครับ งั้นต้องขอรบกวนคุณจัดลูกน้องหน่อยนะครับ ส่งคุณซูท่านนี้ไปพักที่ของเขาก่อนเถอะครับ”
“ได้ ไม่มีปัญหาครับ!”ฮามิดตบอกแล้วพูดว่า“นับหลังจากที่น้องเย่มีคำสั่ง ผมก็ได้ให้คนเตรียมเรือนเล็กไว้แล้วครับ เรือนหลังนั้นอยู่ข้างๆค่ายรักษาการณ์ของผม บริเวณโดยรอบนอกจากหน่วยอารักขาของผมแล้ว ที่เหลือก็เป็นทหารในกองทัพ มีการลาดตระเวนตลอด24ชั่วโมง เขาไม่มีทางหนีไปได้อย่างแน่นอน!”
พูดจบ เขาก็หัวเราะพลางพูดว่า“อีกทั้งผมได้ให้คนเก็บกวาดเรือนเล็กหลังนั้นแล้ว สภาพภายในใช้ได้เลยครับ”
ซูโสว่เต้าที่ได้ยินอย่างนั้น ถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
นับตั้งแต่ที่เขานั่งเครื่องบินมา เขาไม่เคยคิดหนีเลย
เพราะมันไม่สามารถหนีไปได้ด้วยซ้ำ
สถานที่ห่วยแตกขนาดนี้ ถึงตนจะเหนื่อยมากแค่ไหน ไม่สามารถหนีออกไปได้
ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วยทหารติดอาวุธ ถ้าอีกฝ่ายพบเข้า กระสุนหลายนัดอาจจะยิงมาก็ได้ ถึงเวลานั้นตนยากจะเหลือร่างที่สมบูรณ์ก็คงไม่มีโอกาส
ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงแค่ฝืนใจยอมรับ ในเมื่อมาแล้ว ก็ต้องอยู่ให้ได้
สำหรับอนาคต หวังแค่เพียงว่าซูจือหยูลูกสาวของตน จะสามารถสืบทอดตระกูลซูในอีกไม่ช้า
สำหรับบ้านที่อยู่บริเวณลานดังกล่าว มีแค่บ้านที่ทำมาจากดินสามหลังหันหน้าเข้าหาลานบ้าน
ไม่เหมือนชนบทของหัวเซี่ย ที่อย่างน้อยยังมีเรือนฝั่งซ้ายและขวา ที่นี่มีบ้านดินสามหลังติดกัน เมื่อรวมกันแล้วไม่น่าจะเกือบสี่สิบตารางเมตร
สิ่งที่ทำให้เขาเข่าทรุดมากไปกว่านั้นก็คือ ภายในกลางห้อง นอกจากเก้าอี้เด่าๆตัวหนึ่ง ก็ไม่มีอะไรอีกเลย
ด้านซ้ายมือ เป็นห้องนอนที่เก่าทรุดโทรม ถ้าไม่เป็นเพราะภายในห้องนอนมีพวกฟางกองอยู่ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าห้องนี้ใช้สำหรับนอน
มันเหมือนกับห้องที่อยู่ตรงกลาง ภายในห้องนอนดังกล่าว มีเพียงกองฟางรวมถึงผ้านวมที่ถูกม้วนไว้
ซูโสว่เต้าก้าวไปข้างหน้าแล้วเปิดผ้านวมออก ด้านในมีผ้าปูที่นทน ฟูกและหมอน
พอเขาเห็นชุดเครื่องนอนสามอย่าง ก็อดที่จะกระทืบเท้าก่นด่าไม่ได้ว่า“บัดซบ!กูจ่ายเงินไปหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ ทำไมแม้แต่เครื่องนอนยังเป็นของมือสองห้ะ?ไอ้ของเฮงซวยแค่นี้เนี่ยนะ ซื้อของใหม่ชุดหนึ่งมันก็ไม่เกินสองร้อยไม่ใช่หรอ?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...