อย่างที่คาดไว้!
ไหม้เฉิงซินถูกคำถามย้อนกลับของเฉินจื๋อข่ายถามจนนิ่งไป
เขาเองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกมาก
ทำไมถึงได้เลือกขโมยตัวเอง?
ทำไมถึงได้เลือกขโมยมรดกตกทอดของตัวเอง?
ถ้าหากไม่ใช่คนที่เข้าใจทางด้านนี้ จะต้องเลือกเอาเงินแน่นอน ใครจะไปเอาเข็มทิศที่เก่าแก่ ดูยุคสมัยหรือมูลค่าไม่ออก?
นึกถึงนี่ คนแรกที่ไหม้เฉิงซินนึกถึงกลับเป็นซวนเฟิงเหนียน
เขาสงสัย จะเป็นซวนเฟิงเหนียนแอบขโมยเข็มทิศบรรพบุรุษของตัวเองหรือเปล่า?
คนแซ่ซวนนี้ เดิมทีก็ไม่เชี่ยวชาญวิชาฮวงจุ้ยอยู่แล้ว ดีไม่ดีอาจจะเพื่อนำไปปิดจุดด้อยด้านนี้ ดังนั้นจึงได้เล็งไปยังเข็มทิศบรรพบุรุษของตระกูลตัวเอง!
นึกถึงนี่ ไหม้เฉิงซินเองก็ไม่กล้าไปตั้งคำถามใส่เฉินจื๋อข่ายแล้ว เพราะงั้นจึงทำได้เพียงคาดหวังทางตำรวจ ดังนั้นจึงรีบร้อนถามเฉินจื๋อข่าย “ไม่ทราบว่าทางตำรวจจะมาถึงเมื่อไหร่ครับ?”
เฉินจื๋อข่ายมองดูเวลา พูดว่า “ผมคาดว่าอย่างมากน่าจะสามนาทีครับ คุณรอสักครู่”
“ได้!” ไหม้เฉิงซินทำได้เพียงพยักหน้าตอบตกลง
หลังจากนั้นสามนาที คนหนุ่มคนหนึ่งที่ออร่าไม่ธรรมดาเดินเข้ามาในห้องของเขา
คนๆนี้ก็คือเย่เฉินที่เพิ่งมาถึงโรงแรมป๋ายจินฮ่านกง
ไหม้เฉิงซินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น ถามอย่างระมัดระวังอย่างมากว่า “นายไม่ใช่ตำรวจ? งั้นนายเป็นใครกันแน่?!เข็มทิศของฉันอยู่ที่นายใช่มั้ย?!”
เย่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ยังเป็นห่วงเข็มทิศของคุณอยู่? ผมจะบอกคุณนะ สิ่งที่ผมจะถามต่อไปนี้ ทางที่ดีคุณตอบมาตามความจริง ไม่อย่างนั้นอย่าว่าแต่เข็มทิศเลย แม้แต่ชีวิตของคุณก็จะตกอยู่ในกำมือผม!”
ไหม้เค่อที่อยู่ด้านข้างฟังคำนี้จบ ก็พูดอย่างโมโหในทันทีว่า “ฉันไม่สนว่านายเป็นใคร แต่รบกวนนายพูดจาระวังหน่อย!ไม่อย่างนั้น อย่าโทษที่ฉันไม่เกรงใจ!”
เย่เฉินเหลือมองไหม้เค่อ นิ้วมือหนึ่งก็ชี้ตรงไปยังที่หน้าผากของเขา!
ตามมาด้วย ปราณทิพย์เล็กน้อยก็ทำการปิดกั้นระบบประสาทส่วนกลางของเขาไว้ ไหม้เค่อยังไม่ทันแม้แต่จะส่งเสียงสักคำก็ได้สูญเสียการควบคุมของร่างกายไปแล้ว ทั้งตัวเหมือนว่าเป็นโรคอัมพาตร้ายแรง ไม่สามารถขยับเลยสักนิด!
สีหน้าของไหม้เค่อหวาดกลัวอย่างมาก อยากจะพูด แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่มีแรงแม้แต่จะอ้าปากด้วยซ้ำ!
เย่เฉินขี้เกียจจะไปสนใจเขา แต่กลับมองไปยังไหม้เฉิงซินที่ตกใจอย่างมาก พูดอย่างเย็นชาว่า “คุณท่านไหม้ ผมรู้เบื้องหลังของคุณ และก็รู้เป้าหมายที่คุณมาเมืองจินหลิง ผมรู้แม้กระทั่งว่าเมื่อคืนคุณไปเจอกับซวนเฟิงเหนียนที่สุสานเขาเฟิ่งหวง เพราะงั้นทางที่ดีคุณอย่าได้เล่นตัวอะไรกับผม ไม่อย่างนั้น พรุ่งนี้ผมก็จะให้พวกคุณทวดเหลนทั้งสองเข้าไปอยู่ยังสุสานเขาเฟิ่งหวง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...