“แกว่าอะไรนะ?!”
ซวนเฟิงเหนียนเบิกตามองกว้าง พูดด้วยใบหน้าที่ขาวซีดและหวาดกลัวว่า : “แก……แกก็มียันต์ฟ้าร้อง?!”
เย่เฉินยิ้มพร้อมพูดว่า : “ทำไม?แปลกมากเหรอ?มีได้แค่แกคนเดียว ฉันมีไม่ได้งั้นเหรอ?”
ซวนเฟิงเหนียนโพล่งพูดออกไปว่า : “แต่ว่า……แต่ว่าวิธีการควบคุมของยันต์ฟ้าร้องสูญหายไปนานแล้วนะ!ยันต์ฟ้าร้องของฉันยังเป็นกองพันทหารขุดทองในตอนนั้น ขุดออกมาจากหลุมศพของปรมาจารย์ซวนซวยแห่งราชวงศ์หมิง!นอกจากยันต์ฟ้าร้องสามแท่งนั้นของฉันแล้ว ฉันก็ไม่เคยเห็นยันต์ฟ้าร้องอื่นๆแต่อย่างใดมาก่อนเลย!”
เย่เฉินยิ้มแล้ว พูดว่า : “ดูเหมือนว่าคนอย่างแกไม่เพียงแค่เลวเท่านั้น แถมยังโง่เขลาอีกด้วย ยันต์ฟ้าร้องนั่นของแก ในสายตาของฉันก็เป็นเพียงแค่สิ่งของที่มีจุดบกพร่อง มียันต์ฟ้าร้องที่ใช้ได้แค่ครั้งเดียวที่ไหนกันล่ะ?ใช้ได้แค่ครั้งเดียวก็ถือว่าช่างมันเถอะ ผลสุดท้ายยังเรียกสายฟ้าผ่าได้น้อยขนาดนั้น พูดออกไปไม่อายคนแย่เหรอ”
พูดแล้ว เย่เฉินก็หยิบยันต์ฟ้าร้องนั่นออกมาจากในอ้อมแขนแล้ว ยิ้มไปพลางพูดไปพลางว่า : “มา ให้แกได้รู้ได้เห็นยันต์ฟ้าร้องของฉัน!”
ซวนเฟิงเหนียนเห็นเย่เฉินหยิบแผ่นที่มีลักษณะเป็นไม้ออกมาจากอ้อมแขน พูดโดยทันทีว่า : “ยันต์ฟ้าร้องของแกนี่ต่างกับของฉันยังไงเหรอ?ก็ทำจากไม้ฟาดสายฟ้าไม่ใช่เหรอ?”
เย่เฉินพูดอย่างดูถูกว่า : “อยากดูความแตกต่างใช่ไหม?มา ฉันจะทำให้แกได้รู้ได้เห็นเดี๋ยวนี้!”
พูดแล้ว เย่เฉินก็โบกมือข้างเดียว ยกยันต์ฟ้าร้องขึ้นบนหัว พูดตะโกนว่า : “สายฟ้าจงมา!”
เมื่อสิ้นสุดเส้นเสียง เมฆสีดำรวมกลุ่มก้อนใหญ่กลางท้องฟ้าอย่างรวดเร็วทันที และระหว่างก้อนเมฆยังส่งเสียงฟ้าร้องลั่น น่ากลัวอย่างมาก!
การเคลื่อนไหวนี้ เหมือนกับการบรรเลงเพลงโหมโรงก่อนที่จะเกิดพายุมรสุม!
ไหม้เฉิงซินก็ตกใจจนใจเต้นแรงดังตุบๆอยู่ครู่หนึ่ง เขานึกขึ้นได้ถึงการกระทำและคำพูดทั้งหมดก่อนหน้านี้ที่ตัวเองปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับเย่เฉิน ในใจก็ยิ่งเกิดความหวาดกลัวอย่างมาก เกรงว่าเย่เฉินไม่ให้อภัยตัวเอง
ถ้าหากเย่เฉินอยากจะเอาชนะตัวเองจริงๆ ด้วยพละกำลังของเขา สามารถทำให้ตัวเองหายวับไปกับตาได้ในทันที!
เย่เฉินเห็นซวนเฟิงเหนียนคุกเข่าลงกับพื้น คนทั้งคนก็ตกใจจนอึ้งไปเลย และก็พูดถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาอีกครั้งว่า : “ซวนเฟิงเหนียน ฉันจะถามแกอีกครั้ง วันนี้ฉันตัดสินประหารชีวิตแก แกยอมซูฮกไหม?! ”
ซวนเฟิงเหนียนน้ำมูกน้ำตาไหลลงเป็นสาย พูดสำลักเหมือนเด็กน้อยที่เจ็บปวดยังไงอย่างนั้น : “ฉันยอมซูฮก……ฉันยอมซูฮก……ขอเพียงแค่อาจารย์ไว้……w;hชีวิตที่ไร้ค่าของฉันสักครั้ง ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าน้อยขอสาบานต่อพระเจ้า ขอสาบานว่าจะขอติดตามอาจารย์เหมือนสุนัขตัวหนึ่งไปตลอดชีวิตจนตาย ต่อให้จะอันตรายและลำบากยากเข็ญแค่ไหน จะไม่ปฏิเสธแน่นอน…… ขอให้อาจารย์ได้โปรดให้อภัยด้วย!ขอให้อาจารย์ได้โปรดให้อภัยด้วย!”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย : “ไม่มีการให้อภัย และฉันก็ไม่ต้องการคนแบบแกมาเป็นสุนัขของฉัน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...