แนจื๋อข่ายเข้าใจความหมายในคำพูดของเย่เฉินในทันที และทันใดนั้นก็พูดขึ้นว่า“คุณชายครับ ผมเข้าใจความหมายของคุณแล้วครับ ซูเฉิงเฟิงอยู่ในตำแหน่งผู้นำตระกูล จะต้องมีคนจำนวนมากจ้องจะงาบเขาตลอด จากสถานการณ์ในตอนนี้ เขาจะต้องไม่กล้าออกจากหัวเซี่ยอย่างแน่นอน”
“ใช่”เย่เฉินพยักหน้า แล้วหัวเราะ“ซูเฉิงเฟิงเหมือนจะมีลูกชายห้าคน คนโตกับคนรองอยู่ในมือผม ที่เหลืออีกสามคน สามคนนี้ จะต้องคาดหวังที่จะสืบทอดมรดกอย่างแน่นอน”
พูดจบ เย่เฉินก็พูดอีกว่า“ตอนแรก สามคนนี้อาจจะไม่มีความคิดแบบนี้ แต่หลังจากที่พี่ใหญ่กับน้องรองหายตัวไป จะต้องทำให้ในใจของพวกเขา เกิดภาพหลอนที่ว่าตัวเองมีโอกาสได้สืบทอดมรดกทั้งหมด นี่ยังไม่นับบรรดาหลานๆของซูเฉิงเฟิง คนรุ่นใหม่พวกนั้นจะต้องตั้งตารอที่จะได้ควบคุมอำนาจของตระกูลซูแต่เพียงผู้เดียว”
“เพราะฉะนั้น ถ้าไม่สุดวิสัยหรือจำเป็นจริงๆ เขาไม่มีทางออกจากหัวเซี่ยอย่างแน่นอน เพราะขอแค่เขาออกไป อาจจะทำให้ไม่สามารถกลับมาได้อีกต่อไป”
ราชวงศ์ในอดีต มีราชนิกุลจำนวนมากถูกเนรเทศออกไปตลอดกาล สาเหตุก็คือ ผู้มีอำนาจไม่ต้องการให้คนผู้นั้นกลับมาเป็นภัยคุกคามการปกครองของตนเอง
แม้แต่ปัจจุบัน ก็ยังมีการพยายามแย่งชิงบัลลังก์ในต่างประเทศอยู่บ้าง โดยปกติเมื่อประธานาธิบดีออกจากประเทศเพื่อไปเยี่ยมเยือนประเทศอื่น ภายในประเทศก็จะเกิดการรัฐประหาร ในขณะเดียวกันก็จะมีการป้องกันอย่างเคร่งครัด ไม่ให้ประธานาธิบดีคนก่อนกลับประเทศเด็ดขาด
ดังนั้น ประธานาธิบดีคนก่อนก็ทำได้เพียงแค่พลัดถิ่น
เพราะฉะนั้น วันไหนที่ซูเฉิงเฟิงก้าวออกจากหัวเซี่ย เขาจะต้องถูกถอดถอนอย่างแน่นอน!
ซูจือหยูไม่ได้พูดอะไร คอยมองดูเย่เฉินอยู่นาน จากนั้นถึงได้พูดขึ้นมาว่า“ผู้มีพระคุณคะ คุณโทรหาคุณปู่ เพื่ออยากให้บีบให้เขามาขอความช่วยเหลือจากฉันใช่ไหมคะ?”
“ใช่แล้ว”เย่เฉินพยักหน้า แล้วหัวเราะ“ปู่ของคุณตอนนี้ต้องไม่รู้สึกปลอดภัยแน่ ข้างกายเขาไม่มีผู้คุ้มกันเก่งๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ซูหางหรือเย่นจิง หรืออาจจะอยู่ในเมืองอื่นๆภายในประเทศ ก็ยากที่จะรักษาความปลอดภัยของตัวเอง แต่เขาก็เอาแต่ควบคุมอำนาจของตระกูลซูไม่ยอมปล่อยมือ ดังนั้นยิ่งไม่กล้าออกนอกประเทศ ทางเลือกเดียวของเขาก็คือการเจรจาสงบศึก”
“เพราะผมไม่มีเวลาไปสนใจเขา ที่โทรหาเขาเพื่อข่มขู่ว่าจะไปตามหาเขา มันก็เป็นแค่การแสร้งโจมตีเท่านั้น”
“ดังนั้น ระยะเวลานี้เขายังคงปลอดภัย อย่างน้อยผมก็จะไม่แตะต้องเขา”
“และเขาจะต้องคิดว่าความปลอดภัยแบบนี้ คุณเป็นคนให้ คิดว่าทุกอย่างมาจากการช่วยเหลือของคุณ”
“ถึงเวลานั้น เขาเห็นว่าคุณเป็นเครื่องรางของเขา แล้วจะกล้าหยุดยั้งคุณเอาบริษัทจนส่งทางทะเลออกมาได้อย่างไร แล้วรวมกลุ่มกับผมใหม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...