วางสายเสร็จ ถึงแม้ซูเฉิงเฟิงจะโล่งอก แต่ใบหน้าของเขากลับเสียมาก
เกาะของมัลดีฟส์ เป็นเพียงสิ่งที่เขาพูดๆไปเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าซูจือหยูจะรวบเก็บทั้งหมดจริงๆ อีกทั้งยังรอเวลาโอนย้ายชื่อแทบไม่ไหว สิ่งนี้มันทำให้หัวใจของเขารู้สึกเจ็บปวดมาก
นี่คือสถานที่ที่เขาไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต และความสำคัญของมัน ก็ไม่น้อยไปกว่าโลงศพที่คนเฒ่าคนแก่เตรียมไว้ให้ตัวเอง
คนโบราณกล่าวไว้ว่า ก่อนจะตาย ต้องเตรียมโลงศพที่ราคาแพงแสนแพงไว้ให้กับตัวเอง มีคนแก่จำนวนมากที่เห็นโลงศพสำคัญกว่าชีวิตของตัวเอง เพราะหลังจากที่ตายแล้วต้องนอนหลับใหลในโลงศพ ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ ใครจะไปยอมยกให้คนอื่นง่ายๆกันล่ะ
คนในปัจจุบันถึงแม้จะไม่เห็นเรื่องหลังความตายเป็นเรื่องที่สำคัญมากนัก แต่ค่อนข้างเห็นความสำคัญของการใช้ชีวิตในบั้นปลายชีวิต ใครๆก็อยากสามารถดูแลชีวิตของตัวเองได้ในยามแก่ชรา ดังนั้นคนจำนวนมากถึงได้พยายามขึ้นเหนือล่องใต้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อเตรียมไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต
ซูเฉิงเฟิงก็เหมือนกัน เขาพยายามพัฒนาเกาะอย่างใส่ใจ เพื่อจะได้ใช้เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตอย่างหรูหราที่สุดในบั้นปลายชีวิต
แต่เมื่อเห็นว่าตัวเองยังไม่ทันได้เกษียน เกาะนี้ก็ต้องยกให้ซูจือหยูไป
ถึงแม้จะรู้สึกเสียดาย แต่เมื่อคิดถึงเรื่องซูจือหยูอาจจะช่วยเขาพูดได้ ทำให้ตนไม่ต้องหนีเอาตัวรอดอย่างอกสั่นขวัญหาย เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย
และอีกด้านหนึ่ง ซูจือหยูไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นดีใจกับการได้รับเกาะนี้เลย
สำหรับเธอแล้ว เธอแค่อยากให้ซูเฉิงเฟิงรู้สึกเจ็บปวดเท่านั้น สำหรับเกาะนี้หลังจากที่โอนย้ายให้เธอแล้ว ตนก็ไม่มีกะจิตกะใจไปพักผ่อนหรอก
อีกทั้งเธอรู้ดี แม่ของเธอยิ่งไม่มีทางไปที่นั่น
แม่ของเธอไม่ได้สนใจเรื่องการใช้ชีวิตอย่างหรูหราอยู่แล้ว ดังนั้นความหวังสูงสุดของเธอในตอนนี้ก็คือการได้ไปพักผ่อนอะไรทำนองนี้ และรีบซ่อมแซมบ้านที่เย่ฉางอิงเคยพักอาศัยให้เสร็จโดยไว หลังจากนั้นก็ค่อยเข้าไปพักเพื่อระลึกถึงคนที่จากไป
……
หลังจากที่ซูจือหยูคุยจบ เย่เฉินก็ให้เอมิ อีโตะส้งเธอออกจากโรงแรมป๋ายจินฮ่านกง และเย่เฉินก็ไปหาเฉินจื๋อข่ายที่ห้องทำงานของเขา
เฉินจื๋อข่ายในเวลานี้ได้รับโทรศัพท์ หลังจากนั้นก็เดินไปข้างหน้า เอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า“คุณชายครับ ผู้จัดการส่วนตัวของคุณกู้ได้ส่งจดหมายยืนยันมาแล้วครับ และได้จองห้องพักทั้งหมดแปดสิบห้าห้อง ผู้เข้าพักหนึ่งร้อยห้าสิบคน จะทำการเข้าพักพรุ่งนี้ครับ”
เย่เฉินถามอย่างแปลกใจว่า“หนานหนานหรอ?เธอจะมาที่จินหลิงงั้นหรอ?”
“ใช่ครับ”เฉินจื๋อข่ายกล่าว“อีกสามวันจะถูกวันจัดคอนเสิร์ตของคุณกู้แล้วครับ ทีมงานของเธอจะมาตรวจสอบสถานที่ในวันพรุ่งนี้ วันมะรืนทำการซ้อม และวันที่สามก็จะเปิดคอนเสิร์ตครับ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...