ในใจของเธออดที่จะใส่ร้ายเขาไม่ได้“ถ้าแกไม่อยากปล่อยจงเทียนหยู่ไป ก็แค่บอกตรงๆว่าให้อภัยเขาไม่ได้ ใครจะขอร้องยังไงก็ไม่มีประโยชน์?”
“แต่แกจะให้ฉันยอมรับต่อหน้าของจงเทียนหยู่ให้ได้ ว่าฉันไม่ได้มาช่วยเขาขอร้อง นี่มันเท่ากับทำให้ฉันเป็นคนไม่มีเมตตาไม่ใช่หรอ?ดีไม่ดีอนาคตถ้าฉันได้เป็นแม่เลี้ยงของเขาขึ้นมา เรื่องนี้ถ้าฉันตกหลุมหรางแก จากนี้ไปเด็กคนนี้ก็เป็นศัตรูกับฉันน่ะสิ?”
ดังนั้น เย่ฉางหมิ่นจึงตัดสินใจกัดฟันพูดขอร้องว่า“เย่เฉิน เทียนหยู่เด็กคนนี้น่ะความจริงเขาเป็นเด็กดีนะ แค่บางครั้งอาจจะใจร้อนไปหน่อย หวังว่านายจะเห็นแก่อา ปล่อยเขาไปสักครั้งเถอะ”
เย่เฉินหัวเราะ แล้วพูดเน้นยำทีละคำว่า“ขอโทษนะครับอา ที่นี่ คุณไม่ได้มีศักดิ์ศรีมากขนาดนั้น!”
พูดจบ น้ำเสียงของเย่เฉินก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมา เขาพูดอย่างเคร่งขรึมว่า“คุณไปจินหลิงแล้วทำตัวเย่อหยิ่งขนาดนั้นในตอนแรก ผมเห็นแก่คุณที่เป็นผู้อาวุโสกว่า ผมเลยต้องไว้หน้าและให้เกียรติคุณ”
“แต่ว่า คุณผิดที่หลงตัวเองมากจนเกินไป!”
“คุณมักจะไม่เห็นใครอยู่ในสายตา คิดว่าคนทั้งโลกจะต้องฟังคำสั่งของคุณ!”
“แต่ว่า ผมไม่สนว่าคุณจะทำต้องเอาแต่ใจข้างนอกยังไง แต่อยู่ในจินหลิงมันใช้ไม่ได้ผล!”
เย่ฉางหมิ่นถูกเย่เฉินกล่าวตำหนิชุดใหญ่ เธอรู้สึกทุกข์ใจเป็นอย่างมาก แต่กลับไม่กล้าแสดงออกถึงความไม่พอใจ เธอทำได้เพียงแค่พูดอย่างกล้ำกลืนความไม่เป็นธรรมเพื่อไม่ให้บัวช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น“เย่เฉิน เมื่อก่อนอาทำผิดพลาดมามากมายก็จริง หลังจากผ่านการไตร่ตรองช่วงนี้ อาได้ตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเองแล้ว……”
พูดจบ เธอก็พูดอีกว่า“สำหรับเทียนหยู่ อาเชื่อว่าเขาน่าจะสับสน ให้โอกาสเขาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่เถอะนะ เขาตระหนักได้แล้วว่าเขาผิดตรงไหน จากนี้ไปเขาจะต้อง……”
เย่เฉินตัดบทสนทนาของเธอ แล้วพูดอย่างเรียบเฉยว่า“เอาล่ะ คุณไม่ต้องพูดช่วยเขาแล้ว เพลย์บอยรวยที่เย่อหยิ่งจองหองอย่างเขา ไม่มีทางตระหนักได้หรอกว่าตัวเองผิดตรงไหน”
จงเทียนหยู่ร้องไห้ไปด้วยพูดไปด้วยว่า“คุณชายเย่ครับ ผมสำนึกผิดแล้ว ผมมีตาหามีแววไม่ ทำให้คุณขุ่นเคือง จากนี้ไปผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วครับ ปล่อยผมไปสักครั้งเถอะนะครับ……”
เขาคิดไม่ถึงเหมือนกันว่า เย่เฉินจะโหดร้ายขนาดนี้!
เขาเป็นคนในวงการบันเทิง อนาคตข้างหน้าจะต้องอยู่วงการบันเทิงต่อไป จะให้ตนไปเป็นลูกเรือสองปี ถ้าอย่างนั้นชีวิตในวงการบันเทิงของเขาไม่ต้องจบเห่หรอกหรอ?
อีกทั้ง ภายในระยะเวลาสองปีห้ามลงจากเรือ นี่มันต่างจากถูกจองจำสองปีตรงไหน?!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงถามโพล่งออกไปว่า“แล้วทางเลือกที่สองล่ะ?!”
เย่เฉินมองเขาแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างเรียบเฉยว่า“ทางเลือกที่สองก็คือ ผมจะตัดขาทั้งสองข้างของคุณซะ ให้คุณคลานกลับเย่นจิง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...