เมื่อกู้ชิวอี๋มองเห็นจงเทียนหยู่ เธอตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดว่า“จงเทียนหยู่ ในเมื่อนายอยู่ตรงนี้แล้ว งั้นฉันก็จะพูดอย่างตรงไปตรงมาแล้วกัน งานคอนเสิร์ตที่จินหลิงในครั้งนี้ ฉันเตรียมเพื่อพี่เย่เฉินโดยเฉพาะ!อีกทั้งวันงานคอนเสิร์ตก็เป็นวันเกิดของพี่เย่เฉินด้วย ฉันไม่อยากให้งานคอนเสิร์ตของฉันเกิดความผิดพลาด ดังนั้นฉันไม่สามารถยอมให้นายปรากฏตัวบนงานคอนเสิร์ตของฉันได้ ก่อนหน้านี้นายพยายามหาเส้นสาย จนทำให้ฉันไม่สามารถพูดให้ชัดเจนได้ ในเมื่อตอนนี้คุยเปิดใจกันแล้ว ฉันก็จะไม่เก็บซ่อนอีกต่อไป ขอโทษด้วยนะ”
จงเทียนหยู่หัวใจสลายในทันที เขาแอบพึมพำในใจว่า“ที่แท้ในสายตาของกู้ชิวอี๋ฉัน มันก็แค่ว่า‘ความผิดพลาด’นี่เอง!”
ดังนั้น เขาจึงอดที่จะถามไม่ได้ว่า“เพราะอะไร……ตกลงมันเป็นเพราะอะไร?”
กู้ชิวอี๋พูดอย่างครุ่นคิดว่า“เพราะฉันเชื่อว่าพี่เย่เฉินเป็นว่าที่สามีของฉันมาตั้งแต่เด็กๆน่ะสิ อีกทั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันมายังเมืองที่เขาใช้ชีวิตอยู่ ในวันเกิดของเขา แสดงคอนเสิร์ตต่อหน้าของเขา สำหรับฉันแล้วมันสำคัญมากๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คุณขึ้นเวทีด้วย”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เธอก็พูดอย่างขอโทษว่า“แต่ว่า คอนเสิร์ตในเมืองอื่นๆ ฉันยังคงปฏิบัติตามข้อตกลง ถึงเวลานั้นฉันจะไม่ห้ามให้คุณขึ้นคอนเสิร์ต”
คราวนี้จงเทียนหยู่ตระหนักได้ว่าเขาได้ทำความผิดพลาดที่โง่แค่ไหน
ในใจของกู้ชิวอี๋มีตัวเลือกของว่าที่สามีตั้งนานแล้ว กระทั่งเดินทางมาไกลเพื่อแสดงคอนเสิร์ตให้ว่าที่สามีของเธอ แต่ตนกลับวิ่งเข้าไปตามจับเธอ สรุปสุดท้ายกลับเป็นเพราะล่วงเกินว่าที่สามีของเธอจึงทำให้เขาสูญเสียอิสระ
“นะ……นี่มันกลั่นแกล้งกันไม่ใช่หรอ?!”
เมื่อคิดได้อย่างนั้น จงเทียนหยู่ร้องไห้ออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้“ไม่อยากให้ผมร่วมงานด้วย ทำไมไม่พูดตั้งแต่แรกล่ะ!ถ้าพูดตั้งแต่แรก ฉันจะมาที่จินหลิงสถานที่เฮงซวยแบบนี้หรอ?ถ้าฉันไม่มาสถานที่เฮงซวยแบบนี้ ฉันจะต้องมาโดนทรมานแบบนี้หรอ?!จะฆ่าฉันรึไง!”
พอสิ้นสุดความคิด จงเทียนหยู่ถึงกับหัวใจแตกสลาย หมอบร้องไห้กับพื้น
เย่เฉินหันกล้องกลับมา แล้วพูดกับกู้ชิวอี๋ว่า“หนานหนาน วางใจเถอะ ไอ้หมอนี่จะไม่มีทางไปปรากฏตัวที่งานคอนเสิร์ตใดๆของเธอทั้งนั้น”
กู้ชิวอี๋พยักหน้า แล้วอดที่จะถามไม่ได้ว่า“พี่เย่เฉินอย่าทำให้เขาลำบากใจมากเกินไปนะคะ เรื่องนี้ฉันจัดการได้ไม่ดีเอง”
เย่เฉินโบกมือไป“เธอไม่ได้จัดการไม่ดีหรอก เขาหน้าด้านหน้าทนเอง ที่ยุ่งวุ่นวายกับเธอไม่หยุด อีกทั้งที่เธอพูดมาเมื่อกี้ มันก็เป็นแค่สิ่งที่เธอวางแผนไว้เท่านั้น เธอไม่ได้ทำสักหน่อย ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรกับเขาหรอก!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...