เมื่อจงเจิ้งทาวได้ยินแบบนั้น เขารู้สึกอึดอัดใจจนขนหนาวลุกไปทั้งตัว
จากนั้น เขาก็รีบปฏิเสธไปว่า“คุณชายเย่ครับคุณเข้าใจปิดแล้ว ผมกับอาของคุณเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนสนิทกันเท่านั้น ไม่มีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมตรงไหนทั้งนั้น……”
ตอนนี้เย่ฉางหมิ่นยังไม่ได้หย่าขาดกับสามี แน่นอนว่าจงเจิ้งทาวไม่กล้าเปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคน ไม่อย่างนั้นก็รั่วไหลออกไป ไม่เพียงแค่เขากับเย่ฉางหมิ่นจะเสียชื่อเสียง ตระกูลเย่ทำเพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง จะต้องบีบให้เย่ฉางหมิ่นตัดขาดการติดต่อจากเขา
ถึงเย่ฉางหมิ่นจะรักตนจริงๆ และยืนยันที่จะแต่งงานกับตน คนของตระกูลเย่ก็ไม่มีทางยอมตกลงแน่ เพราะพวกเขาไม่สามารถขายหน้าได้
เมื่อเป็นแบบนั้น ตนกับเย่ฉางหมิ่นชาตินี้อย่าว่าแต่เดินด้วยกันอย่างเปิดเผยเลย
ถ้ายืนกรานเกินไป กลัวว่าเย่ฉางหมิ่นจะทำให้คุณท่านโกรธ ดีไม่ดีเธออาจจะไม่ได้รับมรดกแม้แต่นิดเดียว
ดังนั้น จงเจิ้งทาวรู้ดี ตนต้องรักษาความลับนี้ไว้ อย่างน้อยก็ต้องรอให้คุณท่านบินขึ้นสวรรค์ไปก่อน หลังจากที่เย่ฉางหมิ่นหย่าขาดกับสามีแล้ว ถึงจะสามารถประกาศออกไป
เมื่อเย่เฉินเห็นว่าเขารีบปฏิเสธ รู้ถึงความสัมพันธ์ของเขากับเย่ฉางหมิ่นแล้ว สำหรับเย่เฉิน เขาได้พัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์สิ่งต่างๆอย่างมีเหตุผล หากมีบางอย่างผิดปกติ จะต้องมีเรื่องที่เขาเก็บงำซ่อนเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่นคนอย่างเย่ฉางหมิ่น ตอนนั้นเธอถูกเย่เฉินจับขังที่จินหลิง เธอพูดไม่ยอมหยุด เอาแต่แหกปากโวยวายในห้องสารพัด จนทำให้หงห้าต้องยอมควักเงินออกมา ให้คนที่อยู่ใกล้บ้านเรือนเคียงย้ายออกไปก่อน
ด้วยบุคลิกที่ไม่ยอมคนของเธอ เธอจะยอมทิ้งศักดิ์ศรี แล้วมาขอร้องแทนลูกชายของเพื่อนแบบนี้?
ตอนนั้นเธอทุ่มออกไปสุดตัว เพื่อมาขอร้องอ้อนวอนให้เขา
ดังนั้น ดูผิวเผิน ครั้งนี้การกระทำของเย่ฉางหมิ่นผิดปกติมาก ดูเหมือนว่าไม่เหมาะกับนิสัยของคนอย่างเย่ฉางหมิ่นสักเท่าไร
แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ มันก็ยิ่งแสดงว่าตำแหน่งของจงเจิ้งทาวในใจของเย่ฉางหมิ่นสูงมาก มันสำคัญกับเขามากๆ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เรื่องที่ว่าเรือประมงเป็นเรือลำเล็ก จะต้องโคลงเคลงไปมารุนแรงแน่ๆ นอกจากนี้จะต้องมีกลิ่นคาวปลา จะต้องลำบากที่สุดถึงที่สุด
แต่ว่า ตอนนี้เขาอยู่ที่จินหลิงเพียงลำพัง ไม่มีที่พึ่ง เขาไม่กล้าโหวกเหวกโวยวายกับเย่เฉินแม้แต่คำเดียว ทำได้เพียงแค่ร้องไห้เบาๆ ยอมรับอย่างเงียบๆ
หงห้าในฐานะที่เป็นงูเจ้าถิ่น เขาหาเรือประมงที่เหมาะกับจงเทียนหยู่ได้ในเวลาไม่นาน
หลังจากหงห้าโทรศัพท์เสร็จ เขาก็วิ่งกลับมารายงานกับเย่เฉินว่า“อาจารย์เย่ครับ อย่าว่าอย่างงู้นงี้เลยนะครับ จงเทียนหยู่โชคดีจริงๆ”
เมื่อจงเทียนหยู่ได้ยินแบบนั้น จู่ๆเขาก็ตั้งตารอคอยอย่างมีความหวัง คิดในใจว่า“หรือว่าพวกเขาจะหาเรือประมงที่เหมาะสมกับฉัน แบบนี้ฉันก็ไม่ต้องไปทดลองใช้ชีวิตที่เรือประมงแล้วน่ะสิ?”
ตอนนี้เอง เย่เฉินถามหงห้าอย่างแปลกใจว่า“ว่าไง?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...